อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2563

เรียกกู้ภัยสอบคดียิงในศาลจันท์ ตร.อุบไม่เปิดเผยข้อมูล

ทีมสอบสวนเดินหน้าเต็มสูบ เร่งทำคดียิงสนั่นศาลจันทบุรี เผยเรียกทีมกู้ภัยฯ ในที่เกิดเหตุเข้าให้ปากคำเพิ่ม แต่ยังไม่เปิดเผยผลสอบสวนได้ อังคารที่ 19 พฤศจิกายน 2562 เวลา 09.52 น.


กรณีพล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์ อดีตจเรตำรวจ ก่อเหตุใช้อาวุธปืนพกสั้นรัวยิงใส่ทนายและโจทย์เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บอีก 2 ราย ก่อนที่พล.ต.ต.ธารินทร์ จะถูกนายธนากร ธีรวโรดม เสมียนทนาย นำอาวุธปืนจากร.ต.อ. ขจร บรรจง รอง สวป.ปฏิบัติงานตำรวจศาล ยิงใส่จนเสียชีวิต ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหน้าบัลลังก์ห้องพิจารณาคดีศาลจันทบุรี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น



ล่าสุดวันที่ 19 พ.ย. พ.ต.ท.ปิติ พานิช รองผกก.สส. สภ.เมืองจันทบุรี พร้อมด้วย ร.ต.อ.ศรีจันทร์ เรือนเงิน รอง สว.สส. (สอบสวน) ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมคณะกรรมการสอบสวน ที่ทางตำรวจภูธรภาค 2 ร่วมกับกองบังคับการตำรวจภูธรจันทบุรี แต่งตั้งเข้ามาช่วยสนับสนุนการทำงานของร.ต.อ.หญิง ปัญญาพร ศรีชาย รอง สว.สส.(สอบสวน) สภ.เมืองจันทบุรี ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบคดีในการช่วยปฏิบัติงานสอบสวน เพื่อให้การสำนวนคดีเกิดความรวดเร็วและรัดกุมมากที่สุด โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา คณะกรรมการสอบสวนได้เรียกทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัย สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี ซึ่งนับว่าเป็นอีกพยานปากสำคัญที่ในวันเกิดเหตุได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ปฐมพยาบาลและช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวทั้ง 5 ราย ทั้งนี้พยานที่เข้าให้ปากคำประกอบด้วย นายชาติ แจ้งเจริญ อายุ 60 ปี หัวหน้ากู้ภัยฯ นายนราชัย บำรุงใจ อายุ 37 ปี อาสากู้ภัยฯ ตำแหน่งพนักงานขับรถ และนายธวัชชัย สุทธิธรรม อายุ 30 ปี อาสากู้ภัยฯ



อย่างไรก็ตาม การสอบสวนในครั้งนี้ใช้เวลานานร่วม 2 ชม. จึงแล้วเสร็จ โดยพ.ต.ท.ปิติ และร.ต.อ.ศรีจันทร์ ยังไม่เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้เข้าสอบถาม และได้ขอตัวกลับเข้าห้องสอบสวนทันที ซึ่งให้เหตุผลว่าต้องเร่งหารือวิเคราะห์และสรุปคำให้การของพยานที่เข้ามาให้ปากคำในวันนี้ และยังไม่ขอไม่เปิดเผยผลสอบสวน เนื่องจากต้องนำไปประมวลกับคำให้การของพยานอีกหลายฝ่ายที่อยู่ในเหตุการณ์ เพื่อสรุปสำนวนคดีให้รัดกุม รอบคอบ และชัดเจน

นายชาติ หัวหน้ากู้ภัยฯ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนถูกเชิญตัวเข้ามาให้ปากคำในฐานะพยาน โดยในวันเกิดเหตุหลังจากได้รับแจ้ง ทีมกู้ภัยฯ ได้รีบเดินทางไปยังที่เกิดเหตุทันที เมื่อขึ้นไปถึงห้องพิจารณาคดีก็พบว่า มีทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ แพทย์ และพยาบาล อยู่ในห้องที่เกิดเหตุแล้ว จากนั้นได้กระจายกำลังออกตรวจสอบ และประเมินอาการผู้บาดเจ็บทั้ง 5 ราย พร้อมทั้งประสานรายงานกับทีมแพทย์ รพ.พระปกเกล้าฯ ก่อนรับคำสั่งให้ลำเลียงผู้บาดเจ็บนำส่งรพ.พระปกเกล้าฯ และรพ.จันทบุรี-กรุงเทพฯ โดยไม่ทราบว่าผู้บาดเจ็บเป็นใครบ้าง ทั้งนี้ในช่วงนั้นผู้บาดเจ็บอยู่ในอาการไม่ได้สติและไม่รู้สึกตัว โดย 1 ใน 5 รายที่จะพอมีสติส่งเสียงร้องจากอาการบาดเจ็บ ไม่ได้พูดคุยกันแต่อย่างใด ประกอบกับหน้าที่หลักของทีมกู้ภัยฯ มุ่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บมากกว่า จึงไม่สามารถบอกได้ว่าใครเป็นผู้ลงมือก่อเหตุหรือทำอะไร เนื่องจากเหตุการณ์ได้เกิดก่อนที่ทีมกู้ภัยฯ จะเดินทางไปช่วยเหลือ.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 18