อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562

บทเรียนยิงสนั่นศาลจันท์ เจอ'อาวุธ'โทษคุกสถานเดียว

เปิดเส้นทาง "ที่ดินเลือด" ชนวนเหตุยิง 3 ศพกลางศาลจันท์ จนนำไปสู่คำถาม "พกปืนเข้าศาล" ได้อย่างไร แม้ยังไร้คำตอบ แต่บทลงโทษสำหรับคนพกอาวุธติดคุกสถานเดียว ศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2562 เวลา 13.47 น.


กับเรื่องร้อนแรงสะเทือนขวัญ เมื่อ พล.ต.ต.ธารินทร์​ จันทราทิพย์ อดีตรองจเรตำรวจเกษียณราชการ วัย 67 ปี ซึ่งเป็นจำเลย ก่อเหตุชักปืนยิงคู่กรณีฝ่ายโจทก์หน้าบัลลังก์ศาลจังหวัดจันทบุรี ทำให้ นายบัญชา ปรมีคณาภรณ์ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และนายวิจัย ​สุขรมย์ ทนายความ เสียชีวิต ส่วนตัว นางสุภาพร ปรมีคณาภรณ์ ภรรยาของนายบัญชา และทนายความอีกคนบาดเจ็บ ก่อนที่ นายธนากร ธีรวโรดม เสมียนทนาย จะเอาปืนตำรวจศาลมายิง พล.ต.ต.ธารินทร์ จนเสียชีวิตไปด้วย สรุปเสียชีวิตรวม 3 ศพ บาดเจ็บ 2 ราย เหตุเกิด ปมเหตุมาจากการฟ้องเรื่องที่ดินมานาน 10 ปี 

แน่นอนว่า หลังเกิดเหตุการณ์ความสูญเสียขึ้น ย่อมนำมาซึ่งความเศร้าโศกเสียใจ พร้อมกับการตั้งคำถามว่า สาเหตุที่ว่าจากฟ้องเรื่องที่ดินนานนับ 10 ปี ทำไมจึงเป็นชนวนความแค้นขนาดนั้น 

จุดเริ่มต้นของของคดีมรดกจนนำไปสู่การยิงกันในศาลจังหวัดจันทบุรี มาจากความขัดแย้งเรื่องการขายที่ดิน 3,800 ไร่ ที่คาบเกี่ยว อ.ท่าใหม่ และ อ. เขาคิชฌกูฏ นายสมพล โกศลานนท์ เศรษฐีเมืองจันทบุรี ผู้เป็นเจ้าของที่ดิน 3,800 ไร่ ในขณะนั้น ได้รู้จักกับ พระกิตติวุฒฺโฑ แห่งสำนักจิตตภาวันวิทยาลัย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และเกิดความศรัทธากับความตั้งใจดีของ พระกิติวุฒฺโฑ ต้องการได้ที่ดินไปทำประโยชน์แก่พระศาสนา จึงยินดีขายที่ทั้งหมดให้ในราคาแบบทำบุญด้วย คือ ไร่ละ 3,000 บาท เป็นจำนวนเงินรวม 12 ล้านบาท    

จนกระทั่งปี 2538 นายสมพล โกศลานันท์ เจ้าของที่ดินเสียชีวิต ต่อมา ปี 2548 พระกิตติวุฒฺโฑ ก็มรณภาพไป นายบุญช่วย เจริญสถาพร ซึ่งเป็นผู้ดูแลสวนและเป็นน้องชายของ พระกิตติวุฒฺโฑ ได้อ้างสิทธิ์ว่า ตนเองเป็นผู้ซื้อที่ดิน 3,800 ไร่นั้น แต่ยังไม่มีการโอนโฉนดกัน 



ต่อมา นายบุญช่วย ได้ยื่นฟ้อง นายเรวัติ โกศลานันท์ ลูกชายของนายสมพล เพื่อขอให้โอนที่ดินให้ตัวเอง ซึ่งมีการขึ้นศาลกันหลายนัด กระทั่งวันที่ 21 พ.ย. 50 ศาลได้ออกหนังสือที่ ศย.302.003(บ)/1128 ถึงเจ้าพนักงานที่ดินสาขา อ.มะขาม ยืนยันคดีแพ่ง 1420 /2550 ระหว่าง นายบุญช่วย เจริญสถาพร กับนายเรวัต โกศลานันท์ ในฐานะทายาทผู้รับมรดก นายสมพล โดยศาลจันทบุรี ขอแจ้งยืนยันให้สำนักงานที่ดินจังหวัดจันทบุรี สาขามะขาม ให้ดำเนินการโอนที่ดินตามคำพิพากษาตามยอมให้กับโจทก์ต่อไป ตั้งแต่นั้น นายบุญช่วย จึงได้ครอบครองที่ดินดังกล่าวทั้งหมด  



ต่อจากนั้น เมื่อทายาทคนอื่นๆ ในตระกูล โกศลานันท์ ทราบเรื่อง จึงแปลกใจว่า คุณตา คือ นายสมพล โกศลานันท์นั้น ได้ขายที่ดินดังกล่าวให้กับมูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุ หรือจิตตภาวัน โดยมี พระกิตติวุฒฺโฑ เป็นผู้เจรจาซื้อขาย และวัตถุประสงค์ของการขาย ก็เพื่อทำประโยชน์ให้พระพุทธศาสนา แต่ทำไมจึงกลายเป็น นายบุญช่วย เป็นคนซื้อและได้ที่ดินนั้นไป นางภาพร อุดมโพธิพร ซึ่งเป็นบุตรสาวคนโตของ นายสมพล จึงออกแสวงหาข้อเท็จจริง โดยไปยื่นเรื่องต่อมูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุ และจิตตภาวัน รวมทั้ง ดีเอสไอ และกองปราบด้วย เพื่อให้พิสูจน์ความจริงเรื่องนี้ และได้ยื่นฟ้อง นายบุญช่วย ใหม่ด้วยข้อหาฟ้องเอกสารเท็จ และขอให้ศาลอายัดที่ดินไว้ เพราะช่วงนั้นนายบุญช่วย ประกาศขายที่ดิน

วันที่ 25 ก.ย. 54 นางภาพร เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายบุญช่วย เป็นคดีแพ่ง 630/2554 ฐานฟ้องทายาทเท็จจาก 6 คนเหลือ 3 คน และฉ้อโกงทรัพย์ และศาลฏีกายืนยันตามสัญญาประนีประนอมตัดสินให้ฝ่ายตระกูล โกศลานันท์ แพ้คดี จากนั้นทำให้นายบุญช่วย ฟ้องกลับ และทั้งสองฝ่ายก็ฟ้องกันไปมา รวมคดีแล้ว 13 คดี นอกจากนี้ นายบุญช่วย ยังได้ฟ้องกรรมการมูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุด้วย และมีพระผู้ใหญ่ของมูลนิธิโดนฟ้องรวม 8 รูป และยังมีตำรวจที่กองปราบปราม ก็ถูกนายบุญช่วย ร้องเรียน 4 ครั้งหาว่า ทำคดีล่าช้า ทำให้ไม่สามารถขายที่ดินได้ 

ส่วน พล.ต.ต.ธารินทร์ ซึ่งได้แต่งงานกับลูกสาวของนายสมพล จึงเท่ากับว่าเป็นเขยของตระกูล “โกศลานันท์” จากนั้นทาง พล.ต.ต.ธารินทร์ ได้ใช้สิทธิ์ยื่นเรื่องขอครอบครองที่ดินดังกล่าว แต่ทางด้านของนางสุภาพร ซึ่งเป็นลูกสาวของ นายสมพล เห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง จึงร่วมกับสามีคือนายบัญชา รวบรวมพยานหลักฐานยื่นฟ้องทางแพ่งเพื่อความชอบธรรมแต่ทาง พล.ต.ต.ธารินทร์ พยายามต่อสู้กันทางคดีมาโดยตลอด 

ต่อมานางสุภาพรและนายบัญชา สามี ซึ่งเป็นฝ่ายโจทก์ พบข้อมูลการปลอมแปลงเอกสารหลักฐานบางอย่าง จึงไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กระทั่งมีการชี้มูลชัดเจนว่ามีการปลอมแปลงเอกสารหลักฐานจริง จึงมีการยื่นฟ้องฝ่าย พล.ต.ต.ธารินทร์ ในคดีอาญาฐาน “แจ้งและใช้เอกสารเท็จ” ศาลจึงนัดทั้งคู่ความทั้งสองฝ่ายมาพิพากษาส่วนคดีอาญาเท่านั้น



โดยคดีทั้งหมดของนายบุญช่วย มีนายบัญชา ปรมีศณากรณ์ หนึ่งในผู้ที่ถูกยิง เป็นทีมทนาย คอยว่าความให้ และหลายคดี นายบัญชา กลายเป็นคู่กรณีกับ พล.ต.ต.ธารินทร์ เนื่องจากกระทบกระทั่งกันทางคดีและมีคดีผูกผันกันนับสิบคดี ทั้งทางแพ่งและอาญา ก่อนจะเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญขึ้นดังกล่าว 

นี่คือ เส้นทางที่ดินเลือด ซึ่งเข้าใจได้ทันทีว่าทำไมต้องยิง แต่ก็ยังมีอีกประเด็นที่อยู่ในความสงสัย นั่นคือ เรื่องของการพักอาวุธเข้าไปในศาล จนมีการตั้งคำถามมากมายว่าเข้าไปได้อย่างไร ประเด็นนี้ก็เป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์กัน เพื่อให้เกิดความกระจ่างแก่สังคม แต่อย่างไรก็ดี พกปืนพกอาวุธเข้าศาลมีความผิดแน่นอน ซึ่งเราก็เห็นมาแล้วหลายกรณี



อย่างล่าสุด ศาลจังหวัดชัยนาท พิพากษาให้จำคุก 1 เดือน นายณรงค์พล ชาติรังสรรค์ ที่ได้พกพาอาวุธมีดคัตเตอร์เข้ามาในบริเวณศาลจังหวัดชัยนาท ในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31(1) นายณรงค์พลให้การับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 15 วัน โดยให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน 15 วัน 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%