อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 5 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 5 สิงหาคม 2563

จำเลยตื่นเต้นจัดชักคาศาล! ฟังคำตัดสินธุระจัดหาค้ากาม

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง 5 จำเลยต่างชาติ-ไทย ร่วมเป็นธุระจัดหาค้าประเวณี ระทึก!! สาวโมร็อกโก 1 ในจำเลย ตื่นเต้นจัดจนชักคาศาล เจ้าหน้าที่ช่วยปฐมพยาบาลก่อนอาการดีขึ้น นำตัวส่งรพ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และดำเนินการปล่อยตัวตามขั้นตอน พุธที่ 11 ธันวาคม 2562 เวลา 14.00 น.


เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. ที่ห้องพิจารณา 901 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีค้ามนุษย์ หมายเลขดำ คม.64/2560 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีค้ามนุษย์ 1 เป็นโจทก์ ฟ้องนายไมเคิล เพิร์ล อายุ 47 ปี ชาวซูดาน สัญชาติออสเตรเลีย, นายแคสสัน วาคีย์ อายุ 38 ปี สัญชาติซีเรีย, นายฉลาด หรือ ชัยรัตน์ นราจันทร์ อายุ 64 ปี, นายอารีย์ หรือ ชยากร เอี่ยมสารี อายุ 42 ปี และนางฮานา เตายูรี อายุ 39 ปี สัญชาติโมร็อกโก ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-5 ฐานร่วมกันค้ามนุษย์ เป็นธุระจัดหาให้มีการค้าประเวณีฯ

โดยคำฟ้องระบุว่า เมื่อ 11 ต.ค.59 - 26 มี.ค.60 นายไมเคิล จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของและผู้จัดการ "ดรีมดิสโก้" ชั้น 4 โรงแรมซีนิท ถนนสุขุมวิท 3 (นานาเหนือ) แขวงคลองเตย เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ร่วมกับพวกจำเลยวางแผน แบ่งหน้าที่กันทำ ใช้กลอุบายหลอกลวงเป็นธุระจัดหาพาหญิงสาวผู้เสียหายชาวโมร็อกโก 4 คน ไปค้าประเวณี อ้างว่าให้ไปทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในประเทศไทย มีรายได้ดี มีความเป็นอยู่สบาย แต่จำเลยกลับบังคับหน่วงเหนี่ยวกักขัง ข่มขืนใจผู้เสียหายให้ค้าประเวณี คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 18 ก.ค.61 ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 19 ปี ขณะที่จำเลยที่ 2-5 ถูกจำคุกคนละ 16 ปี



ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษากันแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ ในส่วนคำเบิกความของผู้เสียหายที่ 1 ยังมีข้อพิรุธสงสัยว่า ที่ผู้เสียหายที่ 1 อ้างว่า ถูกยึดหนังสือเดินทาง แต่กลับไม่ปรากฏว่ามีการยึดหนังสือเดินทางของผู้เสียหายที่ 1 แต่อย่างใด โดยผู้เสียหายทั้งหมดยังคงเดินเข้าออกร้านได้ตามปกติ และยังสามารถเชิญชวนนักท่องเที่ยวไปเที่ยวยังร้านใกล้เคียงได้อีก นอกจากนี้จากการติดตามผู้เสียหายที่ 1 พบว่าเดินทางไปทำงานในไนต์คลับที่ลักษณะเดียวกับจำเลยที่ 1 ที่จังหวัดภูเก็ตได้อีก อีกทั้งผู้เสียหายทั้ง 4 ไม่ได้เรียกร้องขอการคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่ แสดงว่าสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ พยานหลักฐานโจทก์ยังมีข้อพิรุธสงสัยว่าจำเลยทั้ง 5 กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยทั้ง 5 พิพากษายกฟ้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการอ่านคำพิพากษา นางฮานา จำเลยที่ 5 มีอาการเป็นโรคลมชักกำเริบ เนื่องจากความตื่นเต้นในการฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเข้ามาช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นกระทั่งอาการดีขึ้นจึงนำตัวส่งโรงพยาบาลเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อทำการรักษาพยาบาลและปล่อยตัวต่อไป สำหรับการฟังคำพิพากษานัดนี้มีตัวแทนจากสถานทูตโมร็อกโกเข้าสังเกตการณ์ติดตามความคืบหน้าด้วย


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%