อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2563

เสพยาจนเพี้ยนทะเลาะกับพ่อ ปิตุฆาตขวานจามหัวดับ

ตำรวจโรงพักทุ่งคอก ตามรวบทันควัน ลูกทรพีสติไม่ดี เสพยาจนเพี้ยนใช้ขวานฟันหัวพ่อตัวเองเสียชีวิต กลางบ้าน ก่อนลากศพมาทิ้งไว้ข้างบ้าน พฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2563 เวลา 22.26 น.


เมื่อวันที่ 28 พ.ค. พ.ต.ท.ชัยพร พูนจันทร์ทึก สว.(สอบสวน)สภ.ทุ่งคอก อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ได้รับแจ้งว่ามีเหตุลูกใช้ขวานฟันหัวพ่อตายคาที่ บ้านเลขที่ 4 หมู่ 2 บ้านทับกระดาน ต.บ่อสุพรรณ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี หลังรับแจ้งแล้วจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.กิตติพงษ์ บุญรอด ผกก.สภ.ทุ่งคอก แพทย์ รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 และกู้ภัยสองพี่น้อง ไปที่เกิดเหตุ

บริเวณข้างบ้านบนพื้นดินพบศพ นายทองสุข บุญเกิด อายุ 75 ปี เจ้าของบ้าน นอนฟุบคว่ำหน้ากับพื้น สภาพศพนุ่งกางเกงขาก๊วย สีดำ ไม่สวมเสื้อ เลือดไหลนอง มีบาดแผลถูกฟันด้วยขวาน 1 แผล เข้าที่กลางศีรษะ เป็นแผลยาวประมาณ 7 ซ.ม.

สอบสวน นางวิลัย บุญเกิด อายุ 71  ปี ภรรยาของผู้ตาย ทราบว่า คนร้ายเป็นลูกชายแท้ๆ ของผู้ตายคือ นายสุวิวัฒน์ บุญเกิด หรือเจี๊ยบ อายุ 32 ปี หลังก่อเหตุได้ถือขวานเปื้อนเลือด วิ่งหลบหนีออกจากบ้านหายไปก่อนหน้านี้แล้ว และในที่สุดก็สามารถจับกุม นายสุวิวัฒน์ ได้ขณะแอบหลบซ่อนอยู่ในป่าข้างบ้าน พร้อมอาวุธขวานเปื้อนเลือดของกลาง



เบื้องต้นจากการสอบสวน นายสุวิวัฒน์ ยังให้การวกวน แบบไม่ได้สติว่าเป็นคนฆ่าพ่อเอง โดยไม่ได้แสดงอาการตกใจ แต่อย่างใด ส่วนสาเหตุมาจากการมีปากเสียงทะเลาะกับพ่อเป็นประจำในเรื่องเปิดวิทยุเสียงดัง

ด้าน นายโกมล บุญเกิด หรืออ๊อด อายุ 35 ปี ลูกชายคนโตผู้ตายให้การว่า ปกติพ่อลูกคู่นี้จะมีปากเสียงทะเลาะกันเป็นประจำ เป็นที่รู้กันดีของบรรดาญาติๆ และคนในหมู่บ้าน แต่ครั้งนี้ทะเลาะรุนแรงถึงขั้นฆ่ากันตาย โดยตนได้ยินเสียงทั้งคู่ทะเลาะกันเสียงดังลั่น และได้ยินเสียงดังโครมครามผิดปกติบนบ้าน ก่อนเงียบไป จึงเข้าไปดูก็พบร่างพ่อถูก นายสุวิวัฒน์ น้องชายใช้ขวานฟันหัวตายคาที่ ในห้องโถงกลางบ้าน เลือดไหลนองเต็มพื้นบ้าน ก่อนลากศพทิ้งไว้ข้างบ้าน และหลบหนีไป ส่วนสาเหตุมาจาก นายสุวิวัฒน์ มีอาการเพี้ยนสติไม่สมประกอบจากเสพยาเสพติด เคยรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ศรีธัญญา ระยะหนึ่ง จนกลับมาอยู่ที่บ้าน กระทั่งมาก่อเหตุรุนแรงฆ่าพ่อดังกล่าว.            

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%