อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 22 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 22 กันยายน 2563

ชี้"รองอสส."สั่งไม่ฟ้อง"คดีบอส" ถือว่าทำผิดกฎหมาย!

อดีตอัยการสูงสุด "ศ.ดร.คณิต ณ นคร" ชี้ "คดีบอส" อัยการสูงสุดในขณะนั้นได้สั่งฟ้องไปแล้ว คนอื่นไม่สามารถเปลี่ยนคำสั่งได้ กรณีนี้ "รองอัยการสูงสุด" สั่งไม่ฟ้องถือว่าทำผิดกฎหมาย เสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2563 เวลา 19.31 น.


เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต มีการเสวนาหัวข้อ การตรวจสอบการสั่งไม่ฟ้องคดี ปัญหาอยู่ตรงไหน? คนหรือระบบ? และในงานยังมีการบรรยายพิเศษหัวข้อ “ความรับผิดชอบของอัยการในการสั่งคดี” โดย ศ.ดร.คณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุด กรรมการกฤษฎีกา ที่ปรึกษาคณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต 

โดย ศ.ดร.คณิต กล่าวตอนหนึ่งว่า ในยุคของตนไม่มีโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้บริหารต้องรอบรู้ทั้งหมด ดังนั้นตนต้องรู้ความเป็นไปของอัยการ ระเบียบอัยการสูงสุดเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะว่าผู้บริหารจะพัฒนางานได้ จะต้องมีนโยบาย ตนก็ประกาศเป็นโยบายออกไป การเป็นอัยการสูงสุดไม่ได้เป็นได้โดยง่าย การเป็นอัยการที่ดีนั้นยาก ยิ่งเป็นอัยการสูงสุดยิ่งยาก

"....ในสมัยผม คนที่เป็นอัยการสูงสุด ต้องผ่านการตรวจสอบโดยคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.)และเสนอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง แต่ในสมัยหลังไม่ใช่แบบนี้ เดิมเมื่อ ก.อ. approved (อนุมัติ)แล้ว ต้องส่งไปรัฐสภาด้วย ถ้ารัฐเห็นว่าไม่ถูกต้องก็ต้องเพิกถอน ดังนั้น การเป็นอัยการสูงสุดไม่ง่าย..."

ศ.ดร.คณิตระบุว่าในกรณีคดีของ นายบอส หรือ นายวรยุทธ อยู่วิทยาว่า "...เท่าที่ฟังรายการนายสนธิ ลิ้มทองกุลระบุว่า ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุดในขณะนั้นได้สั่งฟ้องไปแล้ว แล้วคนอื่นจะเปลี่ยนคำสั่งได้อย่างไร..." ศ.ดร.คณิตระบุ

ศ.ดร.คณิต ยังกล่าวอีกว่า อำนาจของเรา อัยการสูงสุดต้องสั่ง อัยการอื่นจะทำได้ต่อเมื่ออัยการสูงสุดมอบให้ทำงาน อำนาจการสั่งคดีเป็นอำนาจของอัยการสูงสุด คดีบอส เมื่ออัยการสูงสุดสั่งฟ้องแล้ว คนอื่นจะมาแตะไม่ได้ "...ถ้ามีอะไรต้องไปหารือกับอัยการสูงสุดที่จะเป็นผู้ออกคำสั่งแต่เพียงผู้เดียว แต่กรณีนี้ ผมเห็นตามข่าว รองอัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้อง เขาทำผิดกฎหมายชัด ๆ..."

ศ.ดร.คณิตระบุด้วยว่า ที่อ้างทำตามระเบียบในประเด็นการขอความเป็นธรรม เดิมตนเป็นคนริเริ่มทำระเบียบเรื่องการยื่นขอความเป็นธรรมไว้ ว่าเมื่อมีการเสนอขอความเป็นธรรมขึ้นมา อัยการสูงสุดเท่านั้นต้องเป็นผู้สั่ง ดังนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคดีนี้ถือว่าผิดกฎหมาย

“ระบบของเรา อำนาจสั่งคดี เป็นอำนาจของอัยการสูงสุด เมื่ออัยการสูงสุดคนนี้ได้รับการอนุมัติแต่งตั้งโดยสภา ต้องไปหาข้อเท็จจริง ว่าที่นายสนธิ ลิ้มทองกุลพูดถูกต้องหรือไม่ รัฐบาลต้องเทคแอคชั่นเพื่อให้ระบบกระบวนการยุติธรรมเราเป็นที่เชื่อถือศรัทธาต่อไป” ศ.ดร.คณิต ระบุ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายการบรรยาย มีผู้ถามคำถาม ศ.ดร.คณิตว่า เมื่อมีดุลพินิจที่ไม่นำข้อเท็จจริงใดเข้าสู่สำนวน ข้อเท็จจริงนั้น จะถือเป็นพยานใหม่ได้หรือไม่  ศ.ดร.คณิต กล่าวว่า หลักฐานใหม่ ต้องไม่เคยปรากฏมาก่อน 

นอกจากนี้ ศ.ดร.คณิตกล่าวถึงกรณี การแถลงข่าวของสำนักงานอัยการสูงสุด เรื่องผลพิจารณาของคณะทำงานกรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีนายวรยุทธเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า "...การแถลง เป็นการแถลงป้ององค์กรของตนเองฟอกขาว ผู้บริหารของสำนักงานอัยการสูงสุดปัจจุบัน ไม่เวิร์ค ปกติแล้วคดีใหญ่ ผมจะลงมาดูเอง...”

ศ.ดร.คณิต ยกตัวอย่างกรณีคดีอื่น ๆ อาทิ คดีฆาตกรรมชาวต่างชาติที่เกาะเต่า คนที่เสียชีวิตเป็นชาวต่างชาติ คนผิดเป็นชาวเมียนมา คดีนี้ตามหลักแล้ว ผู้บริหารของสำนักงานอัยการสูงสุดต้องลงไปดู ขณะนั้นเมื่อนายกรัฐมนตรีของไทยไปเยือนเมียนมา นางอองซานซูจี เรียนต่อนายกฯว่า ให้ช่วยมอบความยุติธรรมแก่ชาวเมียนมาที่ถูกกล่าวหาด้วย คดีเกาะเต่าเป็นเรื่องระหว่างประเทศ แต่อัยการไม่ทำงาน รวมถึงเหตุการณ์ที่ยิงเสือดำตายในป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรีว่าจริง ๆ แล้วอัยการสูงสุดต้องลงมาดูด้วยตนเอง

“คดีใหญ่ๆ อัยการสูงสุดต้องมาดู หลังจากผมพ้นตำแหน่งไปแล้ว อัยการก็ดิ่งเหว คนเป็นอัยการต้องมีความกล้าในการที่จะทำงาน” ศ.ดร.คณิตระบุ 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 41