อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563

'ป้ากระชากผม'ไม่ขอโทษสาวสตง. ไม่จ่ายค่าเสียหาย5หมื่น

สาววัย 50 ปี ก่อคดีกระชากผมข้าราชการสาวสังกัด "สตง." ขึ้นโรงพักให้การเพิ่มเติม ก่อนเจรจาผู้เสียหาย ภายหลังเคลียร์กันไม่ได้ ฝ่ายป้าไม่ยอมจ่ายค่าเสียหาย 5 หมื่นบาท โบ้ยเกินกว่าเหตุ โดดขึ้นวินจยย.เผ่นหนีจากโรงพัก เมินให้สื่อสัมภาษณ์ พุธที่ 16 กันยายน 2563 เวลา 15.43 น.


จากกรณี หญิงสาวผู้เสียหาย เข้าแจ้งความที่ สน.พญาไท ว่าถูกคู่กรณีเป็นหญิงวัยกลางคนรายหนึ่ง ด่าทอด้วยคำหยาบคายระหว่างโดยสารรถตู้สาธารณะจากฟิวเจอร์พาร์ครังสิตมาอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพราะไม่พอใจที่ถูกแย่งที่นั่ง พอลงจากรถก็ยังเข้ามาทำร้ายร่างกายด้วยการกระชากผมจนได้รับบาดเจ็บ และยังถูกตามด่าทออีก ทำให้เกิดความอับอาย โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผู้ถ่ายคลิปเอาไว้ได้ ตามที่ปรากฏเหตุการณ์ไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อวันที่ 16 ก.ย. พนักงานสอบสวน สน.พญาไท ได้เชิญตัว น.ส.ปาริชาติ (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี อาชีพผู้ดูแลผู้สูงอายุ ผู้ก่อเหตุมาสอบปากคำ หลังจาก น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี อาชีพรับราชการสังกัด สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้เสียหายเข้าแจ้งความเอาผิด โดย พ.ต.ท.พนม เชื้อทอง รอง ผกก.(สอบสวน) สน.พญาไท เปิดเผยว่า เช้าวันนี้ได้นำตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำเพิ่มเติม ในประเด็นที่พนักงานสอบสวนสงสัย ส่วนจะมีการไกล่เกลี่ยกันระหว่างผู้เสียหายกับคู่กรณีหรือไม่นั้น ต้องสอบถามความสมัครใจของทั้งสองฝ่ายก่อน

อย่างไรก็ตามในระหว่างการสอบปากคำทาง น.ส.เอ ผู้เสียหาย ได้เดินทางมาที่สน.พญาไท เพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยกับทางน.ส.ปาริชาติ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนที่น.ส.ปาริชาติ จะวิ่งลงมาทางบันได ก่อนออกประตูข้างโรงพักขึ้นวินจักรยานยนต์ หนีออกไปทันที โดยไม่ยอมให้สัมภาษณ์ใด ๆ กับสื่อ

ขณะเดียวกัน รายงานฝ่ายสืบสวน ได้ทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุ และไล่ตามเส้นทางที่ผู้ก่อเหตุเดินทาง ทำให้ทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นใครจึงได้เชิญตัวมาให้ปากคำ เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่า ทำลงไปด้วยอารมณ์โมโหผู้เสียหาย ที่นั่งขวางที่นั่งทั้งที่ควรเป็นสิทธิของตน ทำให้มีปากเสียงกัน กระทั่งลงมือก่อเหตุดังกล่าว เบื้องต้น พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา "...ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ และ ดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้า..."

ด้าน น.ส.เอ กล่าวว่า ตนไม่ได้คุยกับคนก่อเหตุเลย เขาไม่มองหน้า หรือขอโทษกับสิ่งที่ทำไป หรือแม้แต่แสดงความสำนึกผิด ส่วนเรื่องคดีอาญา ยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด โดยจะไปตรวจร่างกายที่ รพ.วิชัยยุทธ เพื่อนำใบรับรองแพทย์มาประกอบการแจ้งความอีกครั้ง ทั้งนี้ตนได้เรียกร้องค่าเสียหายเป็นค่ารักษาพยาบาล ค่าเดินทาง ค่าเสียเวลา ค่าทำขวัญไปแล้ว 5 หมื่นบาท แต่คู่กรณีพูดว่า เกินกว่าเหตุ ถามว่าสิ่งที่ตนเรียกร้องนั้นเกินไปหรือไม่เพราะตนก็มีลูกเล็ก หากวันนั้นถูกกระชากตกบันไดเลื่อนจะเป็นอย่างไร ทั้งนี้ ในวันที่ 6 ต.ค.นี้ ตำรวจได้นัดคู่กรณีส่งฟ้องศาลแขวงดุสิต

น.ส.เอ กล่าวอีกว่า ยืนยันว่าขณะเกิดเหตุตนไม่ได้แสดงอาการยั่วยุแต่อย่างใด เพียงแต่ต่อแถวขึ้นรถตามปกติ โดยตนอยู่คิวต้น ๆ คู่กรณีอยู่คนสุดท้าย เนื่องจากตนเป็นคนเวียนหัวง่ายจึงเลือกที่นั่งติดประตู แต่คู่กรณีไม่ยอมจะให้เข้าไปนั่งแถวในสุด ตลอดเส้นทางที่นั่งรถมาก็ถูกคู่กรณีด่าทอตลอดเวลา แต่ตนก็ไม่ตอบโต้ จนถึงจุดหมายแล้วลงรถ คู่กรณีก็อาศัยจังหวะที่ตนเผลอกำลังคุยโทรศัพท์ เดินเข้ามากระชากผมอย่างแรง ทำให้บาดเจ็บดังกล่าว.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จับแล้วหญิงหัวร้อนจิกผมสาว ฉุนแย่งที่นั่งรถตู้เจอ2ข้อหา


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    78%
  • ไม่เห็นด้วย
    22%