อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2562

โรงตึ๊ง! คึกคักตุนเงินสดรับศึกเปิดเทอม (คลิป)

โรงรับนำคักคักเปิดเทอม "ธนานุเคราะห์ -ธนานุบาล" เตรียมวงเงิน 620 ล้านบาทรองรับผู้ปกครองนำทรัพย์สินมาจำนำเป็นค่าเทอม-ค่าอุปกรณ์การเรียนบุตร-หลาน จันทร์ที่ 13 พฤษภาคม 2562 เวลา 08.00 น.


นายนพดล เพิ่มพิทยา  ผู้อำนวยการสำนักงานสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร  เปิดเผยว่า  ในช่วงเปิดเทอมได้จัดสรรวงเงินไว้  120 ล้านบาท  จากปีก่อน  92 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการของประชาชนที่เข้ามาใช้บริการโรงรับจำนำในกทม. เนื่องจากผู้ปกครองจะนำทรัพย์สินมาจำนำเป็นจำนวนมากสำหรับใช้ในการจ่ายค่าเทอม ค่าอุปกรณ์การเรียนให้กับบุตรหลาน นอกจากนี้ได้ดำเนินการตามนโยบายพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่ากทม.  ที่ต้องการให้ดอกเบี้ยถูกด้วยการจัดโปรโมชั่นตั้งแต่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมาจนถึง 31 พ.ค.นี้ให้กับนักเรียน นิสิต  นักศึกษา และผู้ปกครอง ด้วยการคิดอัตราดอกเบี้ย  50 สต.  พร้อมขยายวงเงินต้นจาก 70,000 บาทเป็น  100,000 บาท  สำหรับนักเรียน นิสิตนักศึกษาหากใช้บริการต้องมีบัตรประจำตัวนักเรียน-นักศึกษา  แต่ถ้าเป็นผู้ปกครองต้องมีใบเสร็จรับเงินเกี่ยวกับการจ่ายค่าเทอมให้กับบุตรหลาน และถ้าเป็นผู้ดูแลเด็กต้องดูใบสูจิบัตรด้วยว่าเป็นพ่อแม่ หรือผู้ปกครอง หรือให้โรงเรียนออกหนังสืออย่างเป็นทางการว่าเป็นผู้ปกครองเพื่อให้สามารถเข้ารับบริการดอกเบี้ยพิเศษได้  

สำหรับสินทรัพย์ที่นำมาจำนำส่วนใหญ่เป็นทองรูปพรรณ 85% สัดส่วน 10% เป็นอัญมณี แหวน ตุ้มหู ที่เหลือ5% เป็นสินค้าเบ็ดเตล็ด เช่น  กีตาร์  ส่วนราคาทองคำที่ผันผวนมีผลต่อการจำนำ เนื่องจากราคาทองคำแท่งที่ผ่านมาปรับตัวลงอยู่ที่บาทละ 19,400 บาท  ซึ่งเวลาคนนำมาจำหน่ายก็อยากได้ราคาสูง  ดังนั้นโรงรับจำนำกทม. กำหนดราคาจำนำที่ 87.5% ราคาอยู่ประมาณบาทละ 16,000 บาทกว่า เพราะถ้าลูกค้าไม่มาไถ่ถอนจะทำให้โรงรับจำนำไม่ขาดทุนมากนัก  เพราะถ้าราคาทองคำลงมามากจะทำให้ขาดทุนมาก



" ตอนนี้ติดปัญหาทองคำปี 56 เคยขึ้นถึงบาทละ  26,000 บาท แต่ปัจจุบันราคาลงเร็วมากทองรูปพรรณบาทละ 19,850 บาท ทำให้ต้องแบกภาระต้นทุนดังกล่าวและมีทรัพย์ที่ติดจำนำอยู่ 300-400 ล้านบาท  ซึ่งได้เริ่มนำออกมาขายด้วยการนำทรัพย์หลุดออกมาประมูลเดือนละครั้ง  แต่ละเดือนประมาณ 10 ล้านบาท" 

ขณะเดียวกันมีการให้บริการพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนในการค้าขาย  โดยหากเงินต้นไม่เกิน  5,000 บาท คิดดอกเบี้ย 25 สต.ต่อเดือน และเงินต้น 5,000-15,000 บาท  คิดดอกเบี้ย 1 บาท หลังจากนั้นเป็นไปตามกฏหมายกำหนด โดยวงเงินที่เกิน 15,000 บาท   2,000 บาทแรกคิดดอกเบี้ย  2 บาท   จากนั้นคิดดอกเบี้ย 1.25 บาท  โดยแต่ละปีจัดสรรวงเงินไว้ที่่ 3,900 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอกับความต้องการของประชาชนและมีเงินเตรียมสำรอง 1,000 กว่าล้านบาท  และปัจจุบันมีสาขา 21 สาขา เตรียมเปิดสาขาใหม่ที่ประเวศปลายปีนี้ 



นายบุญเลิศ พัฒนารุ่งอโนทัย ผู้อำนวยการสำนักงานธนานุเคราะห์ หรือสธค. กล่าวว่า  ได้เตรียมวงเงินสำหรับรองรับผู้มาใช้บริการช่วงเปิดเทอม  500 ล้านบาท  โดยคิดอัตราดอกเบี้ยดังนี้คือ  เงินต้นไม่เกิน 5,000 บาท คิดดอกเบี้ย 25 สตางค์ต่อเดือน   เงินต้น 5,001 - 10,000 บาท คิดดอกเบี้ย 75 สตางค์ ต่อเดือน  เงินต้น 10,001 - 20,000 บาท คิดดอกเบี้ย 1 บาท ต่อเดือน  เงินต้น 20,001 - 100,000 บาท คิดดอกเบี้ย 1.25 บาท ต่อเดือน สำหรับสิ่งของรับจำนำจะเป็นทองรูปพรรณ  ทองคำแท่ง นาก เงิน เพชร  และสินค้าเบ็ดเตล็ด เช่น กล้องถ่ายรูป นาฬิกา แว่นตา เครื่องเขียนเครื่องไฟฟ้า เครื่องมือช่าง ฯลฯ ให้วงเงินรายละไม่เกิน 100,000 บาท  โดยการประเมิณราคานั้นขึ้นอยู่กับสภาพของทรัพย์ที่นำมาจำนำ  

ทั้งนี้ในปัจจุบันมีสาขาเปิดให้บริการประชาชนจำนวนทั้งสิ้น 39 แห่ง ตั้งอยู่ในเขตต่างๆ ของกรุงเทพฯ จำนวน 29 แห่ง ปริมณฑล 4 แห่ง ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี 2 แห่ง ปทุมธานี และสมุทรปราการ และส่วนภูมิภาค 6 แห่ง ได้แก่ จังหวัดระยอง 2 แห่ง จังหวัดลำพูน 1 แห่ง จังหวัดสุราษฎร์ธานี 1 แห่ง จังหวัดอุดรธานี 1 แห่ง และจังหวัดพิษณุโลก 1 แห่ง ซึ่งในปี 2563 มีแผนการขยายสาขา สธค. ไปสู่ภูมิภาค อีก 2 สาขา คือ จังหวัดอยุธยา และจังหวัดชลบุรี เพื่อเพิ่มช่องทางบริการรับจำนำของภาครัฐ 

" สธค. ได้ปรับภาพลักษณ์ เปลี่ยนโฉมการบริการใหม่ ตั้งแต่เรื่องภาพลักษณ์ภายนอก ให้ดูมีความสะดวกสบายมากขึ้น ตลอดจนการนำเอาเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการที่สะดวก รวดเร็ว และมีมาตรฐานมากขึ้น" 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 31