อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562

ยืดอีก180วันเปลี่ยนรถตู้เป็นมินิบัส รอผลศึกษา'ขนส่ง'

คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง มีมติขยายเวลารถตู้สายสั้นเปลี่ยนเป็นมินิบัสออกไปอีก 180 วัน ส่วนรถตู้สายยาวยึดตามมติเดิม เมื่อครบอายุใช้งานต้องเปลี่ยนทันที อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562 เวลา 19.35 น.

เมื่อวันที่ 20 ส.ค. นายจุริตม์ วิศาลจิตร รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางว่า ที่ประชุมได้หารือเรื่องการเปลี่ยนรถตู้เป็นมินิบัส เมื่อครบอายุการใช้งาน 10 ปี โดยมีมติให้กลุ่มรถตู้สายสั้นหมวด1 และหมวด 4  ได้แก่ รถร่วม ขสมก.ที่วิ่งระหว่างกรุงเทพ-ปริมณฑล วิ่งระหว่างอำเภอ หรือวิ่งตามซอย ซึ่งกำหนดว่าต้องเปลี่ยนเป็นรถมินิบัสตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.62 สามารถขยายเวลาในการเปลี่ยนออกไปได้อีก 180 วัน หรือประมาณวันที่ 31 มี.ค.63  โดยรอผลการศึกษาและรับฟังความเห็นของกรมการขนส่งทางบก(ขบ.)ให้แล้วเสร็จก่อน ซึ่งในระหว่างนี้หากรถกลุ่มนี้ครบอายุการใช้งานก็ใช้มาตรการสมัครใจในการเปลี่ยนเป็นมินิบัสหรือจะเปลี่ยนรถตู้ใหม่ก็ได้ เนื่องจากผลการศึกษาเบื้องต้นของทีดีอาร์ไอระบุว่า รถสายสั้นหากเป้นมินิบัสจะไม่คุ้มค่า เพราะจุดคุ้มทุนไกลมาก รวมถึงจุดจอดหายากเพราะจะกีดขวางการจราจร อีกทั้งการใช้ความเร็วก็ต่ำเพราะวิ่งในเมือง ประกอบกับสถิติอุบัติเหตุในปี 61 มีเพียง 6 ครั้งและมีผู้เสียชีวิต 1 คน ทั้งนี้ในวันที่ 1 ต.ค.62จะมีรถกลุ่มนี้ครบอายุการใช้งานประมาณ 414 คัน

นายจิรุตม์ กล่าวต่อว่า สำหรับกลุ่มรถตู้สายยาวที่วิ่งระหว่างจังหวัด ระยะทางประมาณ 300 กม.ขึ้นไป ซึ่งเดิมมีขบ.เคยมีมติให้ต้องเปลี่ยนเป็นมินิบัสตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.60แล้ว ก็ยังคงยึดตามมติเดิม โดยเมื่อรถครบอายุการใช้งานวันที่ 1 ต.ค. 62 จะมีจำนวน 355 คัน จะต้องเปลี่ยนเป็นมินิบัสทันที แต่หากไม่เปลี่ยนก็จะต้องหยุดให้บริการและรอผลการศึกษารายละเอียดจากขบ.ถึงมาตรการความปลดภัย ซึ่งจะแล้วเสร็จใน 180 วันหรือประมาณวันที่ 31 มี.ค.63 เช่นกันว่าเป็นอย่างไร เพื่อกำหนดเป็นแนวปฏิบัติที่ชัดเจนต่อไป อย่างไรก็ตามกรณีที่รถตู้หยุดให้บริการจะไม่กระทบต่อการเดินทางของประชาชนเนื่องจากจะมีรถของ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.)คอยให้บริการอยู่.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    71%
  • ไม่เห็นด้วย
    29%

บอกต่อ : 41