อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 22 มกราคม 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 22 มกราคม 2563

กสิกรไทยปันผล 6 กองทุนมูลค่า 686 ล้านบาท

บลจ.กสิกรไทยดีเดย์ 13 ธ.ค. ประกาศจ่ายปันผล 6 กองทุนรวมมูลค่า 686 ล้านบาท  แนะกระจายลงทุนลดความความเสี่ยงจากความผันผวนเศรษฐกิจโลก พฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562 เวลา 16.16 น.


นายสุรเดช เกียรติธนากร กรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย เปิดเผยว่า เตรียมจ่ายปันผล 6 กองทุน ประกอบด้วย กองทุนหุ้นไทย ได้แก่ กองทุนเปิดเค ซีเล็คท์ หุ้นทุน (K-SELECT) สำหรับรอบผลการดำเนินงานตั้งแต่ 1 ธ.ค. 61 ถึง 30 พ.ย. 62 และกองทุนเปิดเค พร็อพเพอร์ตี้ เซคเตอร์ (K-PROP)  ผลการดำเนินงานตั้งแต่ 1 มิ.ย. 62 ถึง 30 พ.ย. 62 ในอัตรา 0.12 บาทต่อหน่วย และกองทุนหุ้นต่างประเทศ ได้แก่ กองทุนเปิดเค หุ้นยูเอส ดัชนีเอ็นดีคิว 100-A ชนิดจ่ายเงินปันผล (K-USXNDQ-A(D)) กองทุนเปิดเค โกลบอล อินฟราสตรัคเจอร์ หุ้นทุน (K-GINFRA)  รอบ ตั้งแต่ 1 มี.ค. 62 ถึง 30 พ.ย. 62 กองทุนเปิดเค โกลบอล แอลโลเคชั่น (K-GA)  รอบ ตั้งแต่ 1 มิ.ย. 62 ถึง 30 พ.ย. 62 และกองทุนเปิดเค ไชน่า หุ้นทุน (K-CHINA)  รอบ ตั้งแต่ 1 ก.ย. 62 ถึง 30 พ.ย. 62 ในอัตรา 0.20 บาทต่อหน่วย โดยทั้งหมดมีกำหนดจ่ายปันผลพร้อมกันในวันที่ 13 ธ.ค. 62 รวมมูลค่าทั้งสิ้น 686.95 ล้านบาท

สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังคงมีความไม่แน่นอนสูง แม้ในช่วงที่ผ่านมาประเด็นสงครามการค้ามีพัฒนาการในเชิงบวก รวมถึงตัวเลขภาคการผลิต และภาคการบริการเริ่มดีขึ้นแล้วก็ตาม โดยธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งสัญญาณไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยแล้วในปีนี้  คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังเติบโตได้ ด้านตลาดหุ้นจีนยังมีปัจจัยหนุนจากการปรับเพิ่มน้ำหนักหุ้นจีนในดัชนี MSCI ทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้าเพิ่มขึ้น อีกทั้งราคาหุ้นจีนยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตาม  บลจ.กสิกรไทย มีมุมมองให้ค่อนข้างระมัดระวังต่อการเข้าลงทุนในตลาดหุ้นโลก ซึ่งผู้ลงทุนที่สามารถรับความผันผวนได้ แนะนำให้กระจายการลงทุนเพื่อลดเสี่ยงจากความผันผวน พร้อมต้องติดตามความชัดเจนจากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับจีน รวมถึงความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันผันผวนสูง และ Brexit ที่ขยายเส้นตายออกไปสิ้นเดือน ม.ค. 63

ส่วนแนวโน้มของตลาดหุ้นไทยยังขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน อย่างไรก็ดี มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ทยอยประกาศออกมาใช้ รวมถึงการสานต่อนโยบายโครงสร้างภาครัฐ ขนาดใหญ่ และ EEC อีกทั้งการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันให้กับประเทศ จะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นไทยในระยะยาว


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 24