อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 17 มกราคม 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 17 มกราคม 2563

ลุ้นเทรดวอร์เขย่าหุ้นโลก!หวังแรงซื้อLTFพยุงตลาด(คลิป)

เทรดวอร์ชี้ชะตาตลาดหุ้นโลก โบรกหวังแรงซื้อแอลทีเอฟนักลงทุนสถาบัน 14,000 ล้านบาท พยุงหุ้นไทยโค้งสุดท้ายของปีไม่ให้ร่วงลึก   ชูหุ้นเด่นเฉพาะตัวเก็บเข้าพอร์ตเก็งกำไร อาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม 2562 เวลา 15.00 น.


นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.เอเซียพลัส เปิดเผยว่า  ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้าประเด็นที่ต้องติดตามเป็นเรื่องพัฒนาการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะบรรลุข้อตกลงหรือไม่   คาดว่าวันที่ 15 ธ.ค.นี้น่าจะเห็นภาพส่งสัญญาณชัดเจน  เพราะเป็นวันครบกำหนดการจัดเก็บภาษีกับจีนรอบ 4.2 วงเงิน 1.6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ถ้าไม่สามารถตกลงจะทำให้ตลาดสัปดาห์หน้าปรับฐานต่อ แต่ถ้าข้อตกลงผ่อนคลายขึ้นด้วยการเลื่อนเก็บภาษีออกไปจะทำให้บรรยากาศการลงทุนกลับมาดีขึ้น 

นอกจากนี้ติดตามการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) วันที่ 18 ธ.ค.นี้  คาดว่ากนง.คงดอกเบี้ย 1.25% ไว้เหมือนเดิม เพราะดอกเบี้ยนโยบายของไทยถือว่าอยู่ระดับต่ำสุดแล้ว และทางการคงต้องรอผลมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐให้ชัดเจนก่อน  ขณะที่วันที่ 19 ธ.ค. ติดตามประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น(บีโอเจ) ประเมินว่าจะคงดอกเบี้ยไว้เช่นกัน   รวมถึงภาวะเงินทุนเคลื่อนย้าย โดยในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายจากสถิติ 5 ปีย้อนหลังพบว่า นักลงทุนสถาบันในประเทศจะซื้อสุทธิหุ้นไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 14,000  ล้านบาท มาจากเม็ดเงินแอลทีเอฟในช่วงโค้งสุดท้ายคาดว่าจะช่วยพยุงตลาดไม่ให้ปรับลงลึกมากนัก  ขณะที่มูลค่าซื้อขายของตลาดน่าจะลดลง 10-20% หากเทียบกับ 2 สัปดาห์แรก เป็นผลมาจากการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติที่เบาลง ดังนั้นคาดว่าแรงซื้อของนักลงทุนสถาบันในประเทศเข้ามาประคองตลาดและจำกัดดาวน์ไซด์ของดัชนีตลาดหุ้นได้



ส่วนดัชนีตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่ผ่านปรับฐานลง มีปัจจัยกดดันทั้งภายในและภายนอกประเทศ  ซึ่งภายนอกถูกกดดันจากข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ยังไม่มีสัญญาณที่ชัดเจน ส่วนภายในประเทศจากปัจจัยเฉพาะกลุ่ม เช่น กลุ่มธนาคารพาณิชย์จากประเด็นที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เตรียมหาแนวทางควบคุมค่าธรรมเนียมแบงก์ ส่วนค้าปลีกมีแรงกดดันจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ย.ปรับลงต่อเนื่อง 9 เดือนติด และต้นสัปดาห์เทสโก้มีแผนขายธุรกิจในไทยทำให้ความกังวลทำให้หุ้นปรับฐานลงต่อ  ส่วนหุ้น AOT   ถูกกดดันจากภาครัฐในการดึงรายได้ที่จัดเก็บจากค่าบริการผู้โดยสารขาออก ( PSC) สนามบิน 6 แห่ง  ไม่เกิน 10% เข้ากองทุนหมุนเวียนกรมท่าอากาศยาน(ทย.)  

อย่างไรก็ตาม  ด้านกลยุทธ์การลงทุนสัปดาห์หน้าเน้นหุ้นที่มีปัจจัยโดดเด่นเฉพาะตัว  เช่น กลุ่มอสังหาริมทรัพย์  หลังจากที่ภาครัฐเปิดตัวโครงการบ้านดีมีดาวน์เป็นผลดีต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์  หุ้นเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารและหุ้นอยู่ในหมวดกลุ่มสื่อและสิ่งพิมพ์  ส่วนกรอบการเคลื่อนไหวดัชนีตลาดหุ้นจับตาผลการเจรจาระหว่างการค้าสหรัฐและจีน  โดยประเมินไว้  2 กรณี คือกรณีแรกหากสหรัฐฯเลื่อนขึ้นภาษีนำเข้าจากจีน 1.6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ  กรอบแนวรับอยู่ที่  1,545 จุด แนวต้านอยู่ที่ 1,585 จุด และอีกกรณีถ้าสหรัฐและจีนเจรจาไม่รู้เรื่องและต้องขึ้นภาษีจะทำให้ตลาดหุ้นปรับฐานลงประเมินแนวรับ 1,530  จุด แนวต้านอยู่ที่ 1,570 จุด


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 46