อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 เมษายน 2563

"คลินิกแก้หนี้"เลื่อนงวดผ่อน-ลดดอกเบี้ย2% ช่วยลูกหนี้กระทบโควิด

คลินิกแก้หนี้เผยยา 2 สูตร เลื่อนงวดผ่อนและลดดอกเบี้ย 2% เพื่อช่วยลูกหนี้ลดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากโควิด19 พฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2563 เวลา 12.58 น.


วันที่ 26 มี.ค.63 นางธัญญนิตย์ นิยมการ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน 2 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการกำกับดูแลโครงการคลินิกแก้หนี้ ได้หารือและเห็นร่วมกันว่า โครงการฯจำเป็นต้องมี มาตรการช่วยเหลือประชาชนที่เข้าร่วมโครงการในเชิงรุกอย่างเร่งด่วน เพื่อรองรับผลกระทบจากวิกฤตโควิด19 ที่อาจรุนแรงและขยายวงกว้างขึ้นในระยะต่อไป

ทั้งนี้ มาตรการช่วยเหลือในครั้งนี้ประกอบด้วย 2 ส่วนสำคัญ ลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการคลินิกแก้หนี้จะได้รับยา 2 ชนิด ที่จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากโควิด19 โดยยาชนิดแรก - การผ่อนปรนให้สามารถเลื่อนงวดชำระ (ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย) ออกไปเป็นระยะเวลาสูงสุด 6 เดือน (เม.ย. - ก.ย. 2563)



"คลินิกแก้หนี้เข้าใจสถานการณ์ความยากลำบากที่ประชาชนและผู้ประกอบการกำลังเผชิญอยู่ ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ต้องการให้ผู้เข้าร่วมโครงการต้องพะวักพะวน หรือกังวลใจว่า มีภาระหนี้ที่ไม่สามารถจ่ายได้รออยู่ รวมทั้งเพื่อสร้างกำลังใจ และเพิ่มสภาพคล่องพอสมควรสำหรับดูแลสุขภาพของตนเองและครอบครัวก่อนเป็นอันดับแรก

ซึ่งในช่วง 6 เดือนข้างหน้าที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคยังไม่ชัดเจนว่าจะเป็นอย่างไร ช่วงนี้แม้จ่ายค่างวดได้ไม่ครบ ประวัติก็จะไม่เสีย อีกทั้ง ผู้เข้าร่วมโครงการทุกคนได้รับสิทธินี้โดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องโทรศัพท์เข้าไปดำเนินการเปลี่ยนแปลงสัญญากับคลินิกแต่อย่างใด"
 
ส่วนยาชนิดที่สอง - การปรับลดดอกเบี้ยของโครงการลง 2% เป็นระยะเวลา 6 เดือน (เม.ย. - ก.ย. 2563) เพื่อลดภาระดอกเบี้ยจ่าย สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการที่ยังจ่ายชำระหนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสมาชิกของโครงการส่วนใหญ่ ปัจจุบันจ่ายดอกเบี้ยที่ 4-5% แต่ตามมาตรการในครั้งนี้จะช่วยให้จ่ายดอกเบี้ยลดลง 2% คือเหลือเพียง 2-3%

"นอกจากจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่ายของผู้เข้าร่วมโครงการแล้ว การลดดอกเบี้ยในครั้งนี้ก็เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ผู้เข้าร่วมโครงการที่ยังพอมีศักยภาพ ให้มีการผ่อนชำระเข้ามาอย่างต่อเนื่อง สมมติค่างวดเท่าเดิม การลดอัตราดอกเบี้ยลงจะทำให้เงินที่ผู้เข้าร่วมโครงการจ่ายเข้ามาจะถูกนำไปตัดชำระเงินต้นได้มากขึ้นด้วย"



อย่างไรก็ตามได้มีผู้สอบถามเข้ามามาก ถ้าช่วงนี้เริ่มจ่ายค่างวดทั้งหมดไม่ไหวเหมือนเดิมจะทำอย่างไร โครงการฯผ่อนปรนเงื่อนไขให้สามารถจ่ายชำระเข้ามาเท่าที่ทำได้ เช่น ครึ่งหนึ่งของค่างวดที่เคยจ่าย เพื่อรักษาสถานะ ในกรณีนี้ก็ยังได้รับสิทธิพิเศษเรื่องการลดดอกเบี้ย

อีกคำถามที่มีเข้ามา คือ ถ้าประชาชนที่มีหนี้เสียบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล สนใจสมัครเข้าโครงการในช่วง เม.ย. - ก.ย. 2563 เค้าจะได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้ด้วยหรือไม่? ตรงนี้ขอเรียนว่า ท่านที่มีคุณสมบัติครบตามเงื่อนไขโครงการ และสมัครเข้ามาที่คลินิกแก้หนี้ ในช่วงนี้ยังมีสิทธิได้รับข้อเสนอลดดอกเบี้ย 2% จากโครงการเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้เชื่อว่ามาตรการ หรือ ยาที่ให้ในครั้งนี้จะมีประสิทธิภาพและแรงในระดับหนึ่ง ที่จะช่วยบรรเทาผลกระทบจากวิกฤติโควิด19 ดังนั้น ช่วงนี้ถ้าท่านใดมีปัญหา รายได้หด หรือ รู้สึกว่าจ่ายค่างวดไม่ไหว ก็ขอให้อย่ากังวล ธปท.และคลินิกเข้าใจปัญหาและผ่อนปรนเต็มที่ 
 
"ในช่วงนี้ทุกภาคส่วนจะต้องช่วยกันลดความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับเรื่องหนี้สิน เพื่อที่ประชาชนจะได้ทุ่มเทกำลังเพื่อดูแลสุขภาพกายใจของตนเองและครอบครัวให้แข็งแรงในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 ซึ่งสถานการณ์วิกฤตโควิดเป็นสถานการณ์ที่ไม่ปกติ ที่ต้องการความร่วมมือ และการผ่อนปรนซึ่งกันและกันของทุกฝ่าย และเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สถาบันการเงินและลูกค้าจะต้องร่วมกันปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อสู้ภัยเศรษฐกิจจากโควิด19"

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%