อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 4 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 4 สิงหาคม 2563

หนุนต่อลมหายใจเอสเอ็มอี "รักษาจ้างงาน-ขายหนี้เสีย"

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย หนุนต่อมาตรการช่วยเอสเอ็มอี เปิดแนวทางต่อลมหายใจ "เน้นรักษาจ้างงาน - โอนขายหนี้เสีย"ให้เอเอ็มซีลดภาระเงินกองทุนแบงก์ จะได้มีเงินไปปล่อยสินเชื่อต่อแบบไร้กังวลหนี้เสีย พฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2563 เวลา 05.52 น.


รายงานข่าวจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนก.ย.-ต.ค.นี้ จะเป็นช่วงรอยต่อธุรกิจเอสเอ็มอี เพราะมาตรการพักชำระหนี้จะสิ้นสุดลง โดยคาดว่าสถานการณ์ในปัจจุบันยังไม่แน่นอน ทำให้ทางการไทยอาจต่ออายุโครงการ หรือออกมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม เช่น มาตรการในต่างประเทศ เป็นโครงการเน้นการรักษาตำแหน่งงานโดยตรง ซึ่งจะมีเงื่อนไขสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ หรือการอุดหนุนสินเชื่อให้เปล่าให้กับผู้ประกอบการ หากปฏิบัติตามเงื่อนไขการจ้างงานได้ตามที่กำหนด

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวมีข้อดีตรงที่ช่วยให้ลูกจ้างมีรายได้เพียงพอต่อการยังชีพและช่วยยับยั้งการชะลอตัวของการบริโภคในประเทศ ลดปัญหาเชิงสังคมจากการถูกเลิกจ้าง แต่ก็มีข้อสังเกตสำคัญ คือ การออกแบบมาตรการเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตาม รวมถึงกลไกการตรวจสอบที่รัดกุม 

นอกจากนี้ยังมีแนวทางการโอนขายหนี้ให้กับบริษัทบริหารสินทรัพย์ (เอเอ็มซี)ซึ่งเคยนำมาใช้ในไทยหลังช่วงปี 40 หรือวิกฤติต้มยำกุ้ง ซึ่งช่วยลดภาระต่อเงินกองทุนของสถาบันการเงิน เพราะช่วยโยกพอร์ตสินเชื่อที่มีแนวโน้มด้อยคุณภาพออกจากงบการเงินและช่วยให้สถาบันการเงินเดินหน้าปล่อยสินเชื่อต่อได้โดยความกังวลลดลงต่อปัญหาหนี้เสีย แต่ผลกระทบจะมาที่สถาบันการเงินมากน้อยเพียงใด ขึ้นกับราคาขายและเงื่อนไขผูกพันในทางปฏิบัติของสัญญาซื้อขายหนี้นั้นๆ ด้วย

ขณะเดียวกันได้ประมาณการผลกระทบในกรณีที่มีการต่ออายุมาตรการออกไป ก็คงช่วยให้ระบบธนาคารพาณิชย์ไทยสามารถประคองอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ต่อสินทรัพย์เสี่ยงไว้ที่ 13-14% เทียบกับเดือนเม.ย.ที่มี 15.8% ต่อสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งแม้ว่ายังถือว่าอยู่ในระดับสูง แต่ทางการควรต้องพิจารณาแนวทางช่วยเหลือสถาบันการเงินควบคู่กันไปด้วย เนื่องจากแม้สัญญาณเศรษฐกิจและธุรกิจอาจเริ่มดีขึ้นบ้างในปีถัดไป แต่คุณภาพหนี้มักเป็นตัวแปรตามเศรษฐกิจ ทำให้ยังมีโอกาสเห็นหนี้เสียอยู่ในทิศทางขาขึ้นอีก 1-2 ปีข้างหน้า

“ภายใต้มาตรฐานบัญชีใหม่ที่กำหนดให้มีการตั้งสำรองฯ ที่เข้มงวด อาจทำให้ภาคธนาคารฟื้นตัวช้ากว่าภาคธุรกิจอื่นๆ และปัญหาคุณภาพหนี้ จะยังบั่นทอนสถานะเงินกองทุนของระบบธนาคารพาณิชย์ไทย หรือความสามารถในการปล่อยสินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยจะกลับเผชิญข้อจำกัดมากขึ้น”

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 23