อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2562

วชช.ขานรับทุนสายอาชีพชั้นสูงแก้เหลื่อมล้ำ

วชช. ขานรับทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ชี้ กสศ.งบน้อยแต่ลงทุนถูกจุด ช่วยประเทศแก้เหลื่อมล้ำ กสศ.ย้ำเร่งช่วยเยาวชนยากจนสุดของประเทศ ให้มีโอกาสเรียนเต็มศักยภาพ สร้างผลตอบแทนคืนกลับไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้าน อังคารที่ 11 ธันวาคม 2561 เวลา 17.16 น.

วันนี้ (11 ธ.ค.) ดร.ชุมพล พรประภา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สถาบันวิทยาลัยชุมชน (วชช.) เปิดเผยในการประชุมของผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชน 20 แห่งว่า ที่ผ่านมาสถาบันวิทยาลัยชุมชน ได้พัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการสร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน โดยเน้นหลักสูตรซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของท้องถิ่นและตลาดแรงงาน 4.0 ควบคู่กันไปด้วย จุดเด่นของวิทยาลัยชุมชน คือ เข้าถึงความต้องการชุมชน อีกทั้งกรรมการสภาของแต่ละสถาบันมีทั้งผู้แทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หอการค้าจังหวัด ภาคเอกชน ทำให้เราสามารถจับจุดได้ว่าโจทย์ที่ท้องถิ่น ต้องการให้พัฒนาคือเรื่องใดบ้าง โดยในแต่ละพื้นที่จะมีความแตกต่างกันไป ล่าสุดได้เชิญกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) มาร่วมประชุมและบรรยายให้แก่ผู้บริหาร วชช.ทั้ง 20 แห่งทั่วประเทศเกี่ยวกับทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ซึ่งเป็นทุนสนับสนุนที่มีลักษณะการทำงานแบบร่วมพัฒนา ยกระดับคุณภาพการเรียนการสอน เน้นให้สถาบันทำงานกับภาคเอกชนในการพัฒนาคุณภาพนักศึกษาให้มีทักษะ ความพร้อม ตามความต้องการตลาดแรงงาน

"ถึงแม้ว่างบประมาณไม่ได้มากมาย แต่ กสศ.คิดค้นลงทุนได้ถูกจุด เน้นกลุ่มเป้าหมาย เด็กและเยาวชนด้อยโอกาสจากครอบครัวที่มีรายได้ต่ำที่สุด จะได้มีโอกาสศึกษาต่อระดับสูงขึ้น และยังพัฒนาคุณภาพสถาบันสายอาชีพควบคู่ไปด้วย เป็นมิติใหม่ของการให้ทุนสนับสนุนที่มีวัตถุประสงค์ชัดเจน ตอบโจทย์ชุมชนท้องถิ่นและโจทย์ประเทศ ทั้งยังดูแลผู้รับทุนต่อเนื่อง สอดคล้องภารกิจและทำงานของวิทยาลัยชุมชนและช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของประเทศในระยะยาว เท่าที่ดูคาดว่า มีวิทยาลัยชุมชนไม่ต่ำกว่า 4 แห่งที่มีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์ และร่วมเสนอโครงการ เพื่อเป็นต้นแบบในการพัฒนาวิทยาลัยชุมชน ให้เป็นสถาบันนวัตกรรมชั้นสูงในปีแรก ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ฝีมือของผู้บริหาร วชช.ที่สะท้อนการทำงานเพื่อปฏิรูปคุณภาพสถาบันอย่างแท้จริง" ดร.ชุมพล กล่าว



ด้าน นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุน เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวว่า โจทย์สำคัญของ กสศ. คือทำอย่างไรที่จะเพิ่มคุณภาพการศึกษาและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยมุ่งไปที่เด็กและเยาวชนจากครอบครัวรายได้ต่ำสุด 20% แรกของประเทศ จำนวนประมาณ 160,000 คนต่อรุ่น ซึ่งเป็นกลุ่มที่อยู่ก้นบึ้งของสังคมไทย ให้มีโอกาสศึกษาต่อเต็มศักยภาพ ต้องขอบคุณรัฐบาลและสำนักงบประมาณที่มองเห็นถึงประโยชน์และสนับสนุนให้ กสศ.คิดค้นโครงการที่เป็นนวัตกรรมรวมถึงการสร้างต้นแบบ เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วนของประเทศ แม้ว่าจะเป็นงบประมาณผูกพันที่ต้องสะสมเพิ่มขึ้นทุกปี จึงถึงปีที่ 5 เมื่อรุ่นแรกจบการศึกษาจากนั้นงบประมาณก็จะไม่เพิ่มขึ้นในลักษณะสะสม กสศ.ได้คำนวณ ผลตอบแทนของโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพขั้นสูง จากนักเรียนผู้รับทุน 2,500 ทุน ในปีแรก จากข้อสมมติฐานว่าผู้รับทุนทุกคนทำงานหลังจบการศึกษาจนถึงเกษียณอายุ 60 ปี จะคิดเป็นมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (Net Present Value : NPV ) ประมาณ10,000 ล้านบาท หรืออัตราผลตอบแทนการลงทุน (IRR หรือ Internal Rate of Return อยู่ที่ร้อยละ10

"โครงการนี้จะช่วยให้เกิดผลประโยชน์ใน 3 ประเด็นหลัก คือ 1.สร้างโอกาสให้นักเรียนยากจนราว 2,500 คน นักเรียนกลุ่มนี้แทบจะไม่เคยมีโอกาสได้เรียนสูงกว่ามัธยมปลาย หรือได้เรียนต่อสายวิชาชีพ 2.สถาบันวิชาชีพมีการปรับตัว ขณะนี้หลายแห่งกำลังพัฒนาแผนงานแนวใหม่เจาะจงสาขาที่จบแล้วมีอนาคต รวมถึงแผนงานที่จะดูแลนักศึกษาอย่างใกล้ชิด 3.ตอบโจทย์ประเทศไทย 4.0 ของรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรมโดยจะเริ่มทำงานกันทันทีตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 นี้ ซึ่งวิทยาลัยชุมชนเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของโครงการ ที่สามารถพัฒนาสู่การเป็นสถาบันนวัตกรรมชั้นสูง ช่วยสร้างกำลังแรงงานสายอาชีพที่จะเป็นกำลังคนคุณภาพของประเทศได้" นพ.สุภกร กล่าว



ด้าน นายวิชัย ชวนรักษาสัตย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนพิจิตร กล่าวว่า ปัจจุบัน วชช.พิจิตร จัดการสอนระดับปวช.ปวส.และอนุปริญญา ปีการศึกษา 2561 มีนักศึกษา1,600 คนตั้งอยู่ในพื้นที่รอยต่อติดกับ 3 จังหวัด คือ พิจิตร พิษณุโลก กำแพงเพชร เด็กส่วนใหญ่จึงเป็นเด็กพื้นที่ชายขอบมีฐานะยากจน บางรายก็ต้องย้ายถิ่นฐานตามพ่อแม่ไปทำงานที่อื่น ซึ่งหากมีการสนับสนุนทุนนวัตกรรมการสายอาชีพชั้นสูง เข้ามาก็จะช่วยให้นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้เข้าถึงการศึกษามากขึ้น ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสให้วิทยาลัยยกระดับหลักสูตรการเรียนการสอนด้วย โดยเฉพาะวชช.พิจิตร สนใจที่จะร่วมนำเสนอโครงการ เพราะเราเน้นการจัดการศึกษาเรื่อง "นวัตกรรมพลังงานทดแทนเพื่อชุมชน" ของสาขาช่างไฟฟ้า ช่างยนต์ และยังมีการพัฒนาความร่วมมือกับภาคเอกชนในการจัดการศึกษาแบบทวิภาคี เช่น บริษัท มิตซูบิชิ สาขาช่างแอร์, บริษัทโซนี่ เกี่ยวกับเทคโนโลยีกล้องดิจิทัล โทรศัพท์มือถือ รวมถึงเรื่องระบบไฮโดรลิกและพลังงานทดแทน เป็นต้น ทั้งนี้หากวิทยาลัยชุมชนใดได้รับการคัดเลือก จะประกาศรับนักศึกษาโดยจัดให้มีการแนะแนวที่โรงเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/ปวช.3 ที่กำลังจะจบการศึกษาราวเดือน ก.พ.-มี.ค. นี้

สำหรับ "ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง" จะสนับสนุนงบประมาณผ่านสถาบันการศึกษาสายอาชีพประกอบด้วย ทุนสำหรับพัฒนาสถาบันการศึกษาที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือกตามคุณภาพ ประมาณ 50 แห่ง ซึ่งต้องพัฒนาหลักสูตรที่รองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายหลักของประเทศ สายอาชีพที่กำลังขาดแคลนและเป็นที่ต้องการของตลาดแรงานในท้องถิ่นหรือจังหวัด รวมถึงสายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และทุนการศึกษาแก่นักศึกษาจำนวน 2,500 ทุนต่อปีที่ผ่านการคัดเลือกโดยสถาบันการศึกษา โดยเปิดกว้างให้สถาบันการศึกษาที่จัดการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรืออนุปริญญาสายอาชีพจากทุกสังกัด ทั้งนี้กำหนดรับข้อเสนอโครงการตั้งแต่ วันที่ 15-28 ธ.ค. 2561 สามารถติดตาม ข่าวสารที่ www.EEF.or.th หรือ สายด่วน โทร 02-079-5475 กด 2 ในวันและเวลาราชการ.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 22