อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 มิถุนายน 2562

จ่อตั้งสอบวินัยผู้บริหารรร.5 แห่งปมเด็กผี

สพฐ.เตรียมตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยผู้บริหารโรงเรียน 5 แห่ง ชี้ มีผู้บริหารโรงเรียน 1 แห่งโดนโทษวินัยร้ายแรง แจง ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดขอรับการรายงานอย่างเป็นทางการอีกครั้ง  อังคารที่ 18 ธันวาคม 2561 เวลา 17.15 น.

วันนี้ (18 ธ.ค.)  ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยถึงการแก้ปัญหาข้อมูลนักเรียนซ้ำซ้อน หรือ เด็กผี ว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ไปแล้วนั้น ขณะนี้ตนได้รับรายงานเบื้องต้นอย่างไม่เป็นทางการว่า จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยผู้บริหารโรงเรียนกรณีนักเรียนผี จำนวน 5 โรง แบ่งเป็นคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงจำนวน 1 โรง และสอบสวนวินัยไม่ร้ายแรงจำนวน 4 โรง แต่ขณะนี้ตนยังไม่ขอที่จะเปิดเผยรายละเอียด เนื่องจากต้องรอการรายงานเอกสารอย่างเป็นทางก่อน สำหรับประเด็นการดำเนินการอะไรที่ไม่ถูกต้องในเรื่องนี้ เช่น เจตนาเพิ่มจำนวนนักเรียนเพื่อยกระดับขนาดโรงเรียน หรือ เจตนาเพื่อการอื่นๆ ที่เป็นไปในทิศทางที่ไม่ถูกต้อง ทำการรายงานข้อมูลเท็จ สพฐ. จะลงโทษอย่างเด็ดขาดแน่นอน เพราะถือเป็นการทำระบบข้อมูลของประเทศเสียหาย

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า ส่วนประเด็นการทบทวนหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด สพฐ. หรือ ว 24/2560 กำหนดให้การย้ายตามขนาดโรงเรียนนั้น เรื่องนี้เป็นอำนาจของคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) แต่ส่วนตัวตนคิดว่าหากจะมีการปรับคงจะต้องมีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องก็คือ ผู้อำนวยการโรงเรียน เพราะการออกกฎกติกาที่มาจากส่วนกลางบางครั้งอาจจะไม่ตอบโจทย์ในการปฏิบัติจริง ทั้งนี้สิ่งหนึ่งที่เราจะต้องคุยกัน คือ เราจะยังใช้ระบบจัดเก็บข้อมูลนักเรียนรายบุคคล หรือ (DMC) เพื่อเป็นหลักยืนยันในการจัดเก็บข้อมูลนักเรียน อยู่หรือไม่ เพราะระบบดังกล่าวทำมาเพื่อควบคุมจำนวนนักเรียนและจัดสรรงบประมาณสำหรับเด็กที่มีตัวตนเท่านั้น แต่ในส่วนข้อมูลเด็กที่จำหน่ายไม่ได้หมายถึงเด็กที่ย้ายโรงเรียน แต่ยังอยู่ในระบบการศึกษาภาคบังคับยังมีข้อมูลทะเบียนนักเรียนอยู่ในระบบจะใช้ฐานข้อมูลDMC นับเด็กในกลุ่มนี้เพื่อจ่ายเงินตามตัวเด็กไปด้วยหรือไม่  ซึ่งเป็นเรื่องในอนาคตที่เราจะต้องหารือกันต่อไป

ด้านนายสานิตย์ พลศรี ประธานคณะอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (อกศจ.) ชัยภูมิ กล่าวว่า สืบเนื่องจากคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ชัยภูมิ ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เป็นประธาน ได้พิจารณาวาระการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ใน จ.ชัยภูมิ ประจำปี 2561 และพบข้อมูลของบางโรงเรียนที่ผู้บริหารขอย้ายไปอยู่โรงเรียนที่ขนาดใหญ่กว่า มีจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นมากอย่างผิดสังเกต จึงมอบหมายให้ตนเป็นประธาน อกศจ.ตรวจสอบเรื่องนี้ โดยจากการตรวจสอบพบจำนวนนักเรียนบางโรงเรียนเพิ่มขึ้นมากอย่างผิดปกติจริง โดยเกือบทุกระดับชั้นมีนักเรียนเพิ่มขึ้นในปีถัดไป เช่น ชั้น ม.2 ปีการศึกษา 2558 มีนักเรียน 270 คน แต่พอขึ้นชั้น ม.3 ในปีการศึกษา 2559 กลับมีจำนวน 396 คน เพิ่มขึ้นถึง 126 คน ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะมีนักเรียนโรงเรียนอื่นย้ายเข้ามาเรียนพร้อมกันมากถึง 126 คน แม้แต่ผู้บริหารโรงเรียนแห่งนี้ก็ยังทำหนังสือถึงศึกษาธิการจังหวัดชัยภูมิ แจ้งยอมรับการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายของ กศจ.ด้วยจำนวนตัวเลขนักเรียนของโรงเรียนที่ลดลง โดยยินยอมให้ลดสถานะเป็นโรงเรียนขนาดกลางในการพิจารณาร่วมกับโรงเรียนขนาดเดียวกัน
         
“จึงส่อว่าผู้บริหารโรงเรียนแห่งนี้ อาจทุจริตรายงานข้อมูลจำนวนนักเรียนอันเป็นเท็จ เพื่อให้ตัวเองมีคุณสมบัติเหนือกว่าผู้บริหารโรงเรียนอื่นในการได้รับความเห็นชอบจาก กศจ.ให้โยกย้ายไปโรงเรียนขนาดใหญ่กว่า” นายสานิตย์ กล่าวและว่า จากข้อเท็จจริงที่ตรวจพบดังกล่าว ทาง กศจ.ชัยภูมิจึงได้ทำหนังสือแจ้งไปยังกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และทาง สพฐ.ได้ส่งคณะกรรมการลงมาตรวจสอบพบข้อมูลนักเรียนที่เพิ่มขึ้นอย่างผิดสังเกตเช่นกันจริง ซึ่งตนเชื่อว่าใน จ.ชัยภูมิมีโรงเรียนที่มีปัญหานักเรียนผีไม่น้อยกว่า 2 โรงเรียน ตนขอเรียกร้อง นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศธ. เอาจริงกับการปราบปรามปัญหานักเรียนผี ไม่อยากให้มีเรื่องผลประโยชน์เข้ามากลบจนเงียบหายไป เพราะการทุจริตเพิ่มจำนวนนักเรียนผี ส่งผลให้โรงเรียนแห่งนั้นๆ มีขนาดใหญ่ขึ้น ได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้น ของบฯสร้างอาคารได้เพิ่มขึ้น ฯลฯ นอกจากนี้ เมื่อไม่มีนักเรียนมาเรียนจริง เงินอุดหนุนรายหัว ค่าหนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน เงินกิจกรรม ค่าเสื้อผ้าชุดนักเรียน ฯลฯ ส่วนที่โรงเรียนได้รับเกินจริง เอาไปไหน เอาเข้ากระเป๋าใครหรือไม่ ปัญหานักเรียนผีเกิดขึ้นในหลายจังหวัด ไม่เฉพาะแต่ จ.ชัยภูมิ อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด ฯลฯ และเรื่องนี้เป็นข่าวใหญ่โตมาประมาณ 2 เดือนแล้ว แต่ ณ วันนี้ ยังไม่มีผู้ทุจริตสร้างบัญชีนักเรียนผีรายใด ถูกสอบสวนและลงโทษวินัยร้ายแรงแม้แต่คนเดียว โดยเฉพาะผู้บริหารโรงเรียน สพฐ. และผู้บริหารในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ที่รับรองรายงานข้อมูลจำนวนนักเรียนอันเป็นเท็จของโรงเรียน ทั้งๆ ที่พบหลักฐานชัดเจนแล้วก็ตาม

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

บอกต่อ : 114