อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562

เร่ง10รร.อปท.นำร่องคัดกรองนร.ยากจนไม่ให้ตกหล่น

รองอธิบดี สถ. ขอให้ รร.อปท. 10 จังหวัดนำร่อง เร่งคัดกรองนักเรียนยากจน ครบถ้วน ไม่ตกหล่น ชี้เป็นฐานข้อมูลขยายผลทุนเสมอภาค ช่วยนักเรียนยากจนที่สุด 76 จังหวัด และ กรุงเทพฯ ในปี 63 ด้าน กสศ.ชี้การคัดกรองความยากจนสำคัญ ช่วยให้นักเรียนยากจนมีโอกาสรับทุนการศึกษาระดับสูงในอนาคต   จันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2562 เวลา 17.43 น.


วันนี้ (18 พ.ย.) ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีการประชุมชี้แจงการดำเนินงานจัดทำข้อมูลระบบการคัดกรองนักเรียนยากจนและนักเรียนยากจนพิเศษ(นักเรียนทุนเสมอภาค) กสศ. ประจำภาคเรียนที่ 2/2562 ให้แก่กองการศึกษา ผู้อำนวยการสถานศึกษา และบุคลากรทางการศึกษา ในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผ่านระบบ Teleconference

นายทวี เสริมภักดีกุล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กล่าวว่า กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นได้ร่วมมือกับสำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) ดำเนินโครงการเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษอย่างมีเงื่อนไขของโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยนำร่องใน 10 จังหวัดครอบคลุมทุกภูมิภาค ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต เชียงราย กาญจนบุรี สุราษฎร์ธานี สระแก้ว ขอนแก่น นนทบุรี ร้อยเอ็ด และยะลา สำหรับโครงการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะผลลัพธ์มุ่งสู่นักเรียนยากจนที่สุดในชนบทโดยตรง ไม่ให้หลุดออกจากระบบการศึกษา โดยในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 มีนักเรียนที่ประสงค์ขอรับเงินอุดหนุนตั้งแต่ระดับอนุบาล จนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ทั้งสิ้น 11,118 คน และเข้าสู่ระบบการคัดกรองจำนวน 5,415 คน ผ่านเกณฑ์การคัดกรองนักเรียนยากจนพิเศษ จำนวน 1,623 คน ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนจาก กสศ. จำนวนทั้งสิ้น 1,583 คน ซึ่งจากการติดตามพบว่าในภาคเรียนที่ 1 ยังมีสถานศึกษาไม่ได้ทำการคัดกรองนักเรียนจำนวน 5,703 คน และไม่ขอรับทุน/ไม่ยืนยันข้อมูล จำนวน 40 คน ส่งผลให้นักเรียนที่อยู่ในเกณฑ์นักเรียนยากจนพิเศษเสียโอกาสได้รับเงินอุดหนุนสร้างโอกาสทางการศึกษา    



รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กล่าวว่า  กระบวนการกรอกข้อมูลและคัดกรองนักเรียนยากจนให้สมบูรณ์ครบถ้วน ทั้ง 10 จังหวัดนำร่อง ถือมีความสำคัญมาก ไม่ใช่เพียงมีผลต่อการสนับสนุนทุนเสมอภาคในปีการศึกษา 2562 เท่านั้น แต่จะเป็นฐานข้อมูลเพื่อวางแผนงบประมาณ ขยายฐานการทำงานโครงการเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษในสถานศึกษาสังกัดอปท. ให้ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด ในปีการศึกษา 2563  ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ในสภาผู้แทนราษฎร

"ในภาคเรียนที่ 2 นี้ จึงขอความร่วมมือให้กองการศึกษา ติดตาม สร้างความเข้าใจให้กับสถานศึกษาและคุณครู ร่วมกันกรอกข้อมูลในขั้นตอนต่างๆ ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อรักษาสิทธิให้กับนักเรียนยากจนได้รับโอกาสทางการศึกษา โดยระหว่างวันที่ 1-20 ธ.ค. 62 จะมีการเปิดระบบคัดกรองทุนเสมอภาคในภาคเรียนที่ 2/2562 สำหรับนักเรียนกลุ่มเข้าใหม่หรือนักเรียนที่ประสงค์ขอรับทุนเพิ่มเติม นี่จึงเป็นโอกาสสำคัญที่สถานศึกษาและคุณครูจะช่วยเหลือนักเรียนยากจนที่สุดแต่ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการคัดกรองในภาคเรียนที่ผ่านมา ให้ได้มีโอกาสในการคัดกรองรอบนี้" รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกล่าว

​ด้าน ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า ในปีการศึกษา 2562  นักเรียนทุนเสมอภาคจะได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไขจาก กสศ. คนละ 3,000 บาทต่อคนต่อปีการศึกษา เพื่อเป็นค่าอาหาร ค่าครองชีพ ค่าเดินทางมาเรียนและค่ากิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ และป้องกันหลุดออกจากระบบการศึกษา โดยในปีการศึกษา 2563 (มิ.ย. 63) ภายหลังจากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ผ่านการพิจารณาของสภา กสศ. มีแผนจะขยายการดำเนินโครงการเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษหรือทุนเสมอภาค ให้ครอบคลุม 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานครฯ ตั้งแต่ระดับการศึกษาอนุบาล ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อต่อยอดสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้เกิดขึ้นในท้องถิ่นกว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศไทย โดยการคัดกรองข้อมูลนักเรียนยากจนถือเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญมาก เพราะจะเป็นฐานการทำงานสำคัญร่วมกับระหว่าง กสศ. และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เด็กๆ ที่ยากจนที่สุดในประเทศได้มีโอกาสรับทุนสร้างโอกาสทางการศึกษาของ กสศ.ในระดับสูงต่อไปในอนาคต เช่น ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ทุนครูรัก(ษ์)ถิ่น ทุนระดับปริญญาตรี โท เอก นอกจากนี้ในกรณีมีความเดือดร้อนเร่งด่วนฉุกเฉิน กสศ.ยังมีโครงการระดมทุนจากประชาชนและภาคเอกชนเข้ามาสมทบเพิ่มเติมให้แก่สถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีนักเรียนยากจนพิเศษจำนวนมากในอนาคต ซึ่งสามารถให้สิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่าแก่ผู้บริจาคอีกด้วย.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 32