อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562

"ณัฏฐพล" เดินหน้าสรรหาเลขาธิการคุรุสภาตัวจริง

รมว.ศึกษาธิการ ถก บอร์ดคุรุสภา เดินหน้าสรรหาเลขาธิการคุรุสภาตัวจริง จี้ ต่อตั๋วครูต้องตรวจสอบประวัติให้รอบคอบ ชี้ ไม่ควรให้คนมีคดีติดตัวเข้าสู่วงการครู       จันทร์ที่ 2 ธันวาคม 2562 เวลา 16.30 น.

วันนี้ (2 ธ.ค.) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการคุรุสภาว่า ที่ประชุมได้รับทราบถึงหลักเกณฑ์การประกาศสรรหาเลขาธิการคุรุสภาตัวจริง ที่ได้ส่งข้อมูลการสรรหาไปให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาให้ตรวจสอบถึงความชัดเจนว่าการประกาศการสรรหาเลขาธิการคุรุสภาจะต้องประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาหรือไม่ เนื่องจาก พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 ระบุว่าการประกาศหลักเกณฑ์การสรรหาเลขาธิการคุรุสภาจะต้องประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา โดยเมื่อเร็วๆนี้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตอบกลับมาแล้วว่าการประกาศหลักเกณฑ์การสรรหาเลขาธิการคุรุสภาไม่ต้องประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเป็นอำนาจรมว.ศึกษาธิการ ที่สามารถดำเนินการได้ ดังนั้นจากนี้ก็จะมีการเดินหน้าสรรหาเลขาธิการคุรุสภาที่เหมาะสมต่อไป ส่วนการสรรหาที่ดำเนินการไว้แล้วก่อนหน้านี้ตนยังไม่ทราบข้อมูล ซึ่งคิดว่าฝ่ายกฎหมายยที่เกี่ยวข้องจะต้องดูข้อมูลกระบวนการสรรหาทั้งหมดอย่างรอบด้าน เพราะเป็นกระบวนการสรรหาก่อนที่ตนจะเข้ามาดำรงตำแหน่ง รมว.ศธ. ทั้งนี้คุณสมบัติของเลขาธิการคุรุสภาจะต้องเป็นผู้ที่เหมาสมงานครูและเชื่อมต่อนโยบายของตนและรัฐบาลได้
             
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้วางแผนการบริหารจัดการงบประมาณด้านบุคลากรของคุรุสภาไปจนถึงปี 2566 ด้วย ทั้งนี้ในการประชุมดังกล่าวได้มีการพูดถึงการพิจารณาคุณสมบัติในการขอต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ซึ่งเป็นวาระที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) นำเสนอรายชื่อครูคนหนึ่ง เพื่อให้ที่ประชุมอนุมัติการขอต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพให้แก่ครูคนนี้ แต่เมื่อตนตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้านแล้วพบว่า ครูคนดังกล่าวมีคดีความเรื่องเกี่ยวกับเด็กค้างอยู่ จึงไม่เห็นชอบให้มีการอนุมัติมีการขอต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้ โดยตนได้กำชับถึงการขอต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูต่อจากนี้ให้แก่คุรุสภาไปว่า จะต้องดำเนินการตรวจสอบประวัติครูอย่างเข้มข้น รวมถึงประสานข้อมูลกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ในการดูประวัติอาชญากรรมของบุคคลที่ด้วย เพราะไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นโรงเรียนได้คนที่มีคดีความติดตัวเข้ามาสอนนักเรียน ดังนั้นอยากให้คุรุสภาดำเนินการเรื่องนี้ให้รอบคอบและหาวิธีสกัดตั้งแต่ต้นทาง
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 27