อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 27 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 27 มกราคม 2564

สวทช.เจ๋งพัฒนา'ยาอายุวัฒนะ' ต้านแก่-แก้ไขความชรา

ผอ.สวทช.เผยเริ่มทดสอบในหนูทดลองแล้วได้ผลดี ทำให้หนูชรากลับมาแข็งแรงเหมือนหนูหนุ่มสาว เตรียมเดินหน้าทดลองในคนต่อ ก่อนผลิตขายในเชิงพาณิชย์เพื่อนำไปช่วยรักษาโรค-ความเสื่อมโทรมของร่างกาย พุธที่ 2 ธันวาคม 2563 เวลา 19.00 น.

เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ที่ห้องออดิทอเรียม อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงาน THAILAND TECH SHOW 2020 ภายใต้แนวคิด “วิถีชีวิตใหม่ นวัตกรรม เพื่อการลงทุน” ในรูปแบบออนไลน์เป็นครั้งแรก เพื่อให้สอดคล้องกับชีวิตวิถีใหม่ New Normal ผ่านช่องทาง www.nstda.or.th/thailandtechshow/2020  โดยมีการนำเสนอผลงานวิจัยและเทคโนโลยีด้านวิทยาศาสตร์ กว่า 290 ผลงาน จากพันธมิตร 40 หน่วยงาน โดยมี ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว. เป็นประธานเปิดงาน  จากนั้นเป็นการบรรยายพิเศษ 10 เทคโนโลยีที่น่าจับตามอง โดย ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผอ.สวทช.  กล่าวว่า  10 เทคโนโลยีที่ สวทช.เลือกมา เป็นการคาดการณ์เทคโนโลยีที่จะมีผลกระทบอย่างชัดเจนใน 3-5 ปีข้างหน้า ทั้งเป็นไปได้สูงที่จะส่งผลกระทบกับชีวิตและธุรกิจในอนาคตอันใกล้นี้ ประกอบด้วย 1.วัคซีนโควิด-19 ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ที่ถือเป็นงานเร่งด่วน โดยในส่วน สวทช.อยู่ระหว่างการพัฒนาวัคซีน 3 รูปแบบ คือ 1.protein-based vaccine หรือ subunit vaccine 2.nucleic acid vaccine และ3.viral vector vaccine

ผอ.สวทช. กล่าวต่อไปว่า 2.ยาแก้ไขความชรา (Rejuvenating Drug)  ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีแห่งความหวังของโลกที่ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว นอกจากจะช่วยให้เรามีชีวิตยืนยาว จะช่วยให้เราสามารถใช้ชีวิตในช่วงวัยชราได้อย่างมีคุณภาพและมีความสุข ขณะนี้ประเทศไทยมียาอายุวัฒนะ REDGEMs หรือ “มณีแดง” เพื่อแก้ไขความชรา ซึ่งเป็นผลงานวิจัยของ ศ.ดร.นพ.อภิวัฒน์ มุทิรางกูร จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักวิจัยแกนนำ สวทช. ที่พบว่า ความชราของดีเอ็นเอเป็นสภาวะเหนือพันธุกรรม เกิดจากการลดลงของข้อต่อดีเอ็นเอซึ่งทำให้รอยโรคของดีเอ็นเอเพิ่มขึ้น จึงพัฒนายา “มณีแดง” ที่จะช่วยเพิ่มข้อต่อดีเอ็นเอในเซลล์ ทำให้รอยโรคของดีเอ็นเอลดลง เซลล์กลับมามีรูปร่างและทำงานได้เหมือนเซลล์ปกติ ขณะนี้ได้มีการทดสอบยามณีแดงในเซลล์และในหนูทดลองแล้ว พบว่าสามารถสร้างข้อต่อดีเอ็นเอได้ เซลล์ที่ชราแล้วกลับมามีรูปร่างและการทำงานเหมือนเซลล์ปกติ แผลไฟไหม้ในหนูทดลองหายเร็วขึ้น ไขมันลงพุงลดลง หนูชรามีความจำดีขึ้น และคล่องแคล่วว่องไวพอๆกับหนูหนุ่มสาว ถ้ายามณีแดงผลิตได้จริงในเชิงพาณิชย์ ก็จะนำไปใช้เพื่อการรักษาโรคทางผิวหนัง เช่น แผลเบาหวาน แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก แผลคนชรา และโรคอื่นๆ เช่น กระดูกผุ ความดันโลหิตสูง ไขมันพอกตับ รวมถึงร่างกายเสื่อมโทรมจากเบาหวานหรือความชรา สมองเสื่อม ซึ่งขณะนี้กำลังเตรียมนำยามณีแดงไปทดลองในคน ซึ่งมีด้วยกัน 3 ระยะ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเวลา 3-5 ปีนี้



ดร.ณรงค์ กล่าวต่อไปว่า 3.อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งสุขภาพ (Internet of Health Things, IoHT) ซึ่งเทคโนโลยี 5G สามารถรองรับการทำงานของระบบดังกล่าวได้ ทำให้การติดตามสุขภาพผู้ป่วยผ่านอุปกรณ์สวมใส่ (mobile medical devices) ต่างๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้นตามไปด้วย โดยประเทศไทยมีหลายหน่วยงานวิจัยพัฒนาในเรื่องนี้ เช่น ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์ A-MED สวทช. เป็นต้น  4.ชิพสายพันธุ์ใหม่ (Neuromorphic Chip) เป็นการพัฒนาชิพคอมพิวเตอร์ที่ประมวลผลได้รวดเร็วเหมือนกับสมองของมนุษย์ สามารถเชื่อมต่อข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งซับซ้อนหลายมิติได้พร้อมกัน โดยนิวโรมอร์ฟิกชิพ นี้เลียนแบบการทำงานของสมองและเส้นประสาทของมนุษย์ รองรับการทำงานขั้นสูงที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ด้วยความรวดเร็วกว่า และใช้พลังงานน้อยกว่าคอมพิวเตอร์ คาดว่าใน 10 ปีข้างหน้า นิวโรมอร์ฟิกชิปจะเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของปัญญาประดิษฐ์ 5.การสื่อสารด้วยภาพ (Vision Communication) เป็นรูปแบบการสื่อสารยุคใหม่ ที่เกิดขึ้นจากวิทยาการคอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ ในการทำให้คอมพิวเตอร์มีความสามารถคล้ายมนุษย์หรือเลียนแบบพฤติกรรมมนุษย์ โดยเฉพาะความสามารถในการคิดเองได้ หรือที่เรียกว่ามีปัญญา ปัจจุบันเริ่มมีการนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้งานแล้ว เช่น ในจีนมีการสร้างตัวของผู้ประกาศข่าวหรือผู้ประกาศข่าวเสมือนอ่านข่าวแทนผู้ประกาศข่าวตัวจริง 6.ขวดพลาสติกจากพืช (PEF) ที่ผลิตจากวัสดุชีวภาพ 100%

ดร.ณรงค์ กล่าวอีกว่า 7.การออกแบบโครงสร้างวัสดุชนิดเดียว (Monomaterial Structure Design) ทำให้สามารถคัดแยกง่าย ไม่ต้องมีขั้นตอนการแยกชั้นฟิล์มออกจากกัน นำมารีไซเคิลได้ทั้งหมดโดยไม่มีของเสียเหลืออยู่ จึงไม่ไปเพิ่มขยะสู่สิ่งแวดล้อม 8.วัสดุนาโนคาร์บอนจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2 to Nanocarbon) นำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มาสร้างเป็นวัสดุใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม ช่วยลดมลพิษในสิ่งแวดล้อม 9.แบตเตอรี่ปลอดภัยไร้ลิเทียม (Non-Lithium Ion Batteries) มีความปลอดภัยสูง ไม่ระเบิดแม้ถูกเจาะ และ10.กรีนไฮโดรเจน (Green Hydrogen) เพื่อนำไปใช้ผลิตไฟฟ้าผ่านเซลล์เชื้อเพลิงเพื่อใช้กับรถยนต์ไฟฟ้า หรือเป็นเซลล์เชื้อเพลิงที่ติดไว้กับบ้านเรือน หรือป้อนเข้าโรงไฟฟ้าโดยการนำไปใช้ผลิตไฟฟ้าผ่านกังหันก๊าซ ร่วมกับการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในการเผาไหม้
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น