อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562

เห็นเลือดกำเดาไหลคากอง 'เอ๋'หวังปาฏิหาริย์ช่วย'น้ำตาล'

"เอ๋ เชิญยิ้ม" นักแสดงตลกชื่อดัง เผยกับเดลินิวส์ออนไลน์ถึงอาการของ "น้ำตาล เดอะสตาร์ 5" หลังเคยร่วมงานกัน บอกเคยเห็นอีกฝ่ายเลือดกำเดาไหลคากองถ่ายถึง 2 ครั้ง พุธที่ 12 มิถุนายน 2562 เวลา 17.38 น.


กำลังเป็นประเด็นที่ชาวเน็ตติดต่ออย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันนี้เลยทีเดียว สำหรับอาการของนักร้องและนักแสดงสาว น้ำตาล-บุตรศรัณย์ ทองชิว หรือ น้ำตาล เดอะสตาร์ 5 ที่เกิดป่วยกะทันหัน มีเลือดไหลออกทางปากและจมูก หายใจไม่สะดวก จนครอบครัวต้องช่วยกันปั๊มหัวใจเพื่อยื้อชีวิต ก่อนรีบนำตัวส่ง รพ.สมุทรสาคร ตั้งแต่เวลาประมาณ 12.00 น. วันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา เบื้องต้นพบว่าอาการอยู่ในขั้นวิกฤติ เนื่องจากหัวใจหยุดเต้นไปแล้วถึง 2 ครั้ง แต่แพทย์สามารถปั๊มหัวใจกลับขึ้นมาได้ ก่อนตัดสินใจนำตัวส่ง รพ.ศิริราช ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดผู้สื่อข่าว “เดลินิวส์ออนไลน์” ได้โทรศัพท์ไปสอบถาม เอ๋ เชิญยิ้ม นักแสดงตลกชื่อดังที่เคยร่วมงานกับสาวน้ำตาลในซิทคอมเรื่อง “ผู้กองเจ้าเสน่ห์” โดยได้รับการเปิดเผยว่า “ผมเห็นข่าวของน้องน้ำตาลแล้ว ก็ติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด ห่วงน้องมากคือเราไม่ได้คุยกันนานแล้ว แต่ล่าสุดที่เจอกันคือละครเรื่องพ่อปลาไหล ซึ่งตอนนั้นผมก็เห็นน้องผอมลง ก็คิดว่าเขาลดน้ำหนักเพราะน้ำตาลเป็นคนกลัวอ้วนมาก แต่การที่เขาผอม เขาผอมลงไปผิดหูผิดตาเลย จริงๆตั้งแต่ผมทำงานกับน้องมาก็เคยเห็นเขาเลือดกำเดาไหลอยู่ 2 ครั้ง ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรนะเพราะคิดว่าอากาศร้อนใครๆก็เลือดกำเดาไหลออกมาได้ พอเขาเลือดกำเดาไหลก็นั่งและเงยหน้าขึ้น ซึ่งมันก็เป็นวิธีปกติและในตอนนั้นน้องก็แข็งแรงดี ไม่ได้เจ็บป่วยอะไร”

“ตอนนี้ผมก็หวังอยากให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น ให้น้องหายไวๆ ซึ่งผมเองก็มีได้คุยกับ มอส-ปฏิภาณแล้วว่าจะหาคิวไปเยี่ยมน้องไม่วันนี้ตอนกลางคืนก็พรุ่งนี้ แต่ต้องรอดูก่อนให้มอสเคลียร์งานคือเราก็อยากไปเยี่ยมน้องให้เร็วที่สุดครับ”


ขอขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม @ae_chernyim , @numtarny



ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แม่กระซิบข้างหูสู้ๆนะลูก เชื่อ'น้องน้ำตาล'ยังมีความหวัง

'แก้ม'วอนอย่าด่วนตัดสิน รอหมอแจงอาการป่วย'น้ำตาล'

'ศิริราช'เลื่อนแถลง เคส'น้ำตาล เดอะสตาร์'บ่าย13มิ.ย


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    86%
  • ไม่เห็นด้วย
    14%

บอกต่อ : 61