อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 27 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 27 มกราคม 2564

'ติ๊ก'เล่าแล้วทำวิธีไหน? ใช้2เดือนเคลียร์หนี้4.6แสนหมด

ไม่ถึง 2 เดือน ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์ เคลียร์หนี้ 4.6 แสนหมด ยันไม่ขอเจอลูกเป็นการสร้างภาพหรือไม่ พุธที่ 2 ธันวาคม 2563 เวลา 18.40 น.


ดราม่ายังไม่หมดแต่ ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์ อดีตภรรยา หนุ่ม-ศรราม เทพพิทักษ์ ที่ตอนนี้ทำงานทุกอย่าง ทั้งรีวิว พรีเซ็นเตอร์ ถ่ายชุดว่ายน้ำเซ็กซี่ เพื่อเคลียร์หนี้สินกว่า 4 แสนหกหมด ภายในเวลาไม่ถึง 2 เดือน ทำเอาชาวเน็ตยังไม่หายสงสัย หาเงินจากไหนภายในเวลาอันสั้น

งานนี้ติ๊กเลยมาขอเคลียร์ตัวเองในรายการ “แซ่บ 108”
โดยเล่าว่า “ตอนนี้เปลี่ยนชื่อแล้ว เป็นกนิษฐ์รินทร์ พัชรภักดีโชติ ค่ะ ก็อยากเปลี่ยนชีวิตใหม่ เลยอยากเปลี่ยนชื่อ เรื่องหนี้สินเคลียร์หมดจริงค่ะร้อยละ 20 บาท เป็นหนี้คือแสน 460,000 บาท ที่ติ๊กต้องใช้ ดอกเบี้ย 100 ละ 20 บาท ใช้ไปแล้วส่วนก้อนที่ใช้ไปจริงคือ 600,000 บาท รวมดอกแล้วค่ะ เมื่อก่อนเคยให้สัมภาษณ์ไปรู้สึกตัวเองไม่มีความสุขเลย ตอนนี้ดีใจมาก มีความสุขที่ตัวเองได้ใช้หนี้หมดแล้ว”

“ส่วนเงินของอดีตสามีอย่าเรียกว่าหนี้เลยค่ะ เป็นเงินที่ติ๊กมีความตั้งใจถ้าปลดหนี้ได้เมื่อไหร่ ก็จะใช้คืนให้กับพี่หนุ่มทั้งหมด จำนวนก็ตามที่ออกเป็นข่าวไป ตอนนั้น มีค่าแมสก์ประมาณ 900,000 บาท แล้วก็ที่ไปกดเอทีเอ็ม ขอไปดูก่อนว่ามันเท่าไหร่ จำไม่ได้ (หัวเราะ) คือจริงๆ ที่กดมาก็น่าจะมีเยอะกว่านั้น ที่ไปกดได้เพราะว่าก่อนหน้านั้นก็เคยใช้บัตรเอทีเอ็มพี่หนุ่มด้วยกัน ก็เลยรู้รหัส แต่ตอนนี้คือรู้สึกผิดแล้วไงคะ และต้องการแก้ไข ตอนนี้ติ๊กก็ได้แจ้งทาง ทนายพี่หนุ่มไปแล้วว่า ถ้าติ๊กใช้หนี้นอกระบบได้หมดแล้ว ก็อยากจะใช้เงินคืนพี่หนุ่มด้วย คือเราเข้าไปในชีวิตเค้าก็เหมือนเป็นตัวปัญหา”



ติ๊ก เล่าต่อว่า “ทางพี่หนุ่มก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา ไม่เคยคุยอะไรเป็นส่วนตัวอยู่แล้วตั้งแต่เลิกกัน มีแต่หนูที่ส่งเมสเสจไป พี่หนุ่มเค้าก็บอกให้เราคุยกับทนายเลย ตอนนี้พี่ทำงานอยู่ เราก็เข้าใจค่ะ แต่เรื่องที่หลายคนสงสัยว่าเอาเงินมาจากไหนใช้หนี้เร็ว 2 เดือนเองคือหนูนั่งคุกเข่าร้องไห้เดือนแรก ก็มาคิดดูว่าจะต้องทำยังไงถึงจะใช้หนี้ได้ด้วยตัวเอง และโอกาสที่คนจะให้เราคือมันน้อยมาก ไม่คุยกับใครเลย ก็เลยมาทบทวนดึงความสามารถของตัวเองออกมา ขายรีวิว ทำอะไรก็ได้ ทำคิวบู๊ หนูมีความสามารถด้านคิวบู๊ ก็เอาตัวเองมา เราอ้วนหลังคลอด ก็เลยเริ่มออกกำลังกายอย่างหนักทำรีวิวสินค้า เป็นคิวหลังบ้านมีการขายสินค้าต่อให้กับลูกค้าด้วย ขายได้ก็ได้เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เอาเงินไปต่อเงิน พอคนเห็นผลงานแล้วคนก็อยากมาจ้างต่อ สโคปงานเริ่มใหญ่ขึ้น ได้เงินเพิ่มมากขึ้นด้วยค่ะ ถ่ายชุดว่ายน้ำด้วย รีวิวชุดว่ายน้ำได้อีก ก็ได้เงินเพิ่ม แล้วเอาเงินทั้งหมดที่ได้ไปใช้หนี้ทั้งหมด เก็บบันทึกไว้ทุกอันเลยค่ะ เพราะคิดว่าเมื่อเราคิดดีทำดีแล้วเดี๋ยวเงินก็ต้องมา ในที่สุดก็ได้มาจนเราใช้หนี้ได้หมดภายในเวลา สองเดือนกว่าๆ”

“ที่ไม่ได้อยากเจอลูกไม่ได้สร้างภาพเลยค่ะ คืออย่างนี้นะไม่เจอลูกคือการทรมานมากเลยนะคะสำหรับคนเป็นแม่ค่ะ คือติ๊กไม่อยากไปเจอลูกในที่ที่นั้นแล้วค่ะ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันไม่เอื้ออำนวยให้กับลูกเลย จริงต้องขอขอบคุณมูลนิธิก่อน เพราะหนูเป็นคนเรียกร้องอยากเจอลูก ทางมูลนิธิก็เป็นหน่วยงานกลางทำให้หนูได้ไปเจอลูกค่ะ เป็นสถานสงเคราะห์แม่และเด็กค่ะ แต่คิดว่าที่นั้นไม่เหมาะที่จะเจอลูก หนู ก็เลยได้แจ้งหยุด ที่จะเจอลูกที่นั่นค่ะ ที่จริงสำหรับคนเป็นแม่ก็อยากไปเจอลูกที่อื่น อยากพาลูกไปเดินเล่น ทำกิจกรรมร่วมกัน ในที่อื่น แล้วเราก็รู้ตัวแล้วว่าหนี้เราเหลือเท่าไหร่ เราก็เลยแจ้งหยุดเจอลูกที่นั่น เพื่อที่ว่าจะได้ไปเจอกันที่อื่น แค่นั้นเอง แต่คงต้องไปถามพี่หนุ่มอีกทีแต่ของอย่างนี้อาจต้องใช้เวลาเลยค่ะ ยังไงก็ต้องขอขอบคุณล่วงหน้าค่ะ ถ้าพี่หนุ่มอนุญาต ให้เราได้ไปเจอลูกในที่อื่นหลังจากเราได้เคลียร์ตัวเองได้แล้ว”


“ถ้าถามว่าเลิกเล่นพนันได้หรือยังต้องตอบว่าเลิกแล้วค่ะ สามารถเช็กได้เลยค่ะ ต่อไปนี้และต่อไปเรื่อยๆ จะไม่มีทางกลับไปเล่นมันอีก ก่อนหน้านี้ไม่ได้ติดค่ะ คือไม่ได้แค่มาจากในมือถือค่ะ คือบางคนให้งานเรา แต่ก็ยังมาชักชวนให้เราไปที่ตรงนั้นอีก ตอนนี้คำตอบเดียวคือไม่นะคะ ไม่กลับไปอีกเด็ดขาดแน่นอน ถ้ามีงานที่อยู่ในวงจรแบบนั้นอีก ต่อให้เงินเยอะแค่ไหน ก็จะไม่กลับไปอีกแน่นอนค่ะ และก็อยากฝากถึงพี่หนุ่มด้วยว่าหนูต้องกราบขอโทษพี่หนุ่ม ให้อโหสิหนูด้วยในสิ่งที่ทำผิดแล้วตอนนี้ หนูก็ อยากแก้ไขทุกอย่างให้มันดีขึ้นนะคะ หนูฝากแบบนี้แล้วกันค่ะ ขอบคุณที่ทำให้หนูรู้จักคำว่า “กตัญญู” จากข้าวและน้ำที่พี่เคยให้หนู ยามที่หนูแย่ คำสอน 12 ข้อที่พี่หนุ่มเคยส่งมาให้ตอนจีบหนู หนูพยายามทำมันทุกข้อให้ได้ตามที่พี่หนุ่มให้แนวทางหนูมา หนูมองถึงแต่สิ่งที่ดีๆ ที่พี่หนุ่มเคยมีให้นะคะ ขอบคุณมากค่ะ”

ขอขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม @mama.veeji
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    69%
  • ไม่เห็นด้วย
    31%

ความคิดเห็น