อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 27 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 27 มกราคม 2564

'หนุ่ม-กรรชัย'โดนแฉยับ! เป็น'มาเฟียสื่อ'-ห้ามทำให้โกรธ

หนุ่ม-กรรชัย ถูกแฉเป็นมาเฟียในวงการสื่อ รับคิดจะเลิกทำพิธีกรรายการบันเทิง พุธที่ 13 มกราคม 2564 เวลา 19.55 น.


ถูกยกให้เป็นพ่อพระแห่งยุคนี้สำหรับ หนุ่ม-กรรชัย กับการช่วยเหลือสังคม และบทบาทผู้ประกาศข่าวที่ทำเอาเจ้าตัวกลับมาเปรี้ยงปร้างอีกครั้ง ที่วันนี้จะมาเปิดเผยทุกประเด็นตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการมาเป็นผู้ประกาศ เจอดราม่าถูกหาว่าสร้างภาพ เป็นมาเฟียในวงการสื่อ ผ่านทางรายการคุยแซ่บ SHOW อีกด้วย

หนุ่ม เผยว่า
"ผลตรวจโควิดไม่เป็นนะ ตัวพี่เองความเสี่ยงต่ำ แต่ก็เสี่ยงเพราะทำงานในตึกเดียวกับน้องที่ติด ทางบริษัทเองเขามีมาตรการป้องกันอยู่แล้วคือพ่นยาทุกชั้น ควบคุมบุคคลเข้าออก ตรวจแหย่จมูก แต่ผลออกมาแล้วคือเป็นลบ ทำงานอยู่ชั้นเดียวกับน้องและมีโอกาสได้เจอกัน ตอนนั้นไม่กลัวนะเพราะเราทำงานตรงนี้มานาน อยู่กับโควิดมานานมากปีนึงแล้ว เราทำข่าวอ่านข่าวทำตามมาตรการและเตือนคนอื่นด้วย เลยเบาใจในเรื่องมาตรการป้องกันตัวเองอยู่แล้ว เราล้างมือตลอดถ้ามีเชื้อเข้ามาได้คือเก่งมาก ถ้าติดก็คงจะบันเทิง หลายภาคส่วนมากเลย ส่วนเรื่องที่หลายคนอยากรู้มาเป็นพิธีกรข่าวบันเทิงมาเป็นผู้ประกาศได้ยังไง ตรงนี้มีโอกาสได้ทำรายการเชิงข่าวก่อนหน้านี้จนรายการปิดฉากไป ก็มีรายการอื่นจากวาไรตี้ข่าวมาเป็นฮาร์ดทอล์กจนได้มาทำโหนกระแส และผลตอบรับดีมาก ผู้บริหารเรียกเราไปคุยถามว่าอยากเป็นผู้ประกาศมั้ย เราไม่อยากเป็นเพราะไม่รู้ว่าจะทำได้หรือเปล่า แต่เราขอไปนอนคิดดูก่อน เราเป็นคนสัมภาษณ์คนคืออยากรู้เรื่องของเขา แต่อ่านข่าวคือเอาเรื่องของคนอื่นไปเล่าให้ฟังมันต่างกันนะ ความเคยชินมันไม่มี คิดว่าเรายังไม่อยากทำ จนผู้ใหญ่ถามมาอีกเราคิดว่าเป็นโอกาสของเรา โอกาสแบบนี้ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนจะกลับมาหรืออาจไม่มีอีก แต่ถ้าเราทำมาไม่ดีค่อยถอย แต่พอเรามาทำ รู้เลยว่ามันช่างเป็นโอกาสที่โชคดีมากเลย และเราอยากหยิบยื่นโอกาสนี้ให้ประชาชนเหมือนกัน คือการเป็นกระบอกเสียงให้กับเขา"



"ตอนแรกที่มีดราม่าต้องยอมรับว่าเราเองเป็นคนบันเทิงมาก่อน เล่นละครมาก่อน ทำมาทุกอย่างในวงการ มันฝังรากลึก พอเรามาเป็นผู้ประกาศอาจจะมีคนจับจ้องและไม่ยอมรับเรา มีคนดูถูก ว่าเป็นสื่อตัวปลอม เราชอบเวลาคนด่า เพราะยิ่งพูดเราจะหยิบตรงนั้นมาเป็นแรงเสริมเรา แล้วคิดว่าแล้ววันนึงจะทำให้เห็นและดีกว่า คนในวงการก็มี คำพูดที่รับไม่ได้เลยที่เค้าว่าคือสื่อเป็นสื่อกลางได้แต่เป็นคนกลางไม่ได้ เรื่องนี้เคยเกิดที่ช่วยกรณีแพรวาที่ขับรถชนบนโทลล์เวย์ เราเป็นคนเอาเงินจากแพรวาไปจ่ายผู้เสียชีวิต ช่วยคุย สุดท้ายมีคนออกมาพูดถึงเราว่าสื่อเป็นสื่อกลางได้แต่เป็นคนกลางไม่ได้ เรารู้สึกว่า จริยธรรมทางด้านความคิดไม่มีเลย รับอย่างเดียวไม่ได้มันต้องคืนให้สังคมบ้าง มันไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรงเราเลย แต่เรื่องที่คนเปรียบเทียบกับพี่ยุทธ (สรยุทธ) เปรียบเทียบไม่ได้เลย ต้องทำความเข้าใจด้วยว่าไม่มีใครเป็นใครได้ ทุกคนมีแนวทางของตนเอง แค่บังเอิญโอกาสของเรา พี่ยุทธไม่ได้อยู่ตรงนี้ พี่ยุทธเป็นครูเราคนนึง มีอะไรก็ปรึกษาเขา ทุกคนมีคุณค่าในตัวเองไม่ต้องยกหางผม ผมรอพี่ยุทธกลับมาครับ ผมอยากมีโอกาสได้ร่วมงานกับพี่ยุทธจริงๆ จัง ที่ผ่านมาผมเรียนรู้จากพี่เขา มีโอกาสเข้าไปเยี่ยม ผมก็บอกว่าผมรอพี่เขา พี่ยุทธกลับมาเขาเป็นที่หนึ่งอยู่แล้ว เราเป็นรุ่นหลัง"


หนุ่ม เล่าต่อว่า "เรื่องมาเฟียวงการสื่อ ห้ามทำให้โกรธอันนี้ เรื่องนี้มดดำพูดเอง มันมีลูกค้าที่จะซื้อแล้วดึงไปมา เราก็ปฏิเสธลูกค้าคนอื่นจนสุดท้ายไม่ซื้อ แล้วเขาไปซื้อรายการ เราบอกถ้ามีสินค้าตัวนี้เราไม่เข้ารายการ แต่สุดท้ายก็ได้คุยกัน ผมไม่ได้เคียดแค้นหรือโกรธ มดดำเลยว่าเราเป็นมาเฟียมีเรื่องกับเราไม่ได้ คนในวงการมีปัญหากับผมได้ มีกันเยอะแยะ สมัยนี้ต่อหน้ายิ้มคล้อยหลังไปก็ด่ากันละ มานั่งเอาคำคนมาอยู่ในหัวเรา มันไม่ไหว"



 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น