อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 16 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 16 กรกฎาคม 2562

'ทรัมป์'ขู่ขึ้นภาษีจีนอีก ถ้า'สี จิ้นผิง'ไม่มาประชุม'จี20'

รัฐบาลปักกิ่งไม่ยืนยันว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะพบหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างการประชุม "จี20" ที่ญี่ปุ่นในช่วงปลายเดือนนี้หรือไม่ ขณะที่ผู้นำสหรัฐขู่จะขึ้นภาษีอีก หากผู้นำจีนไม่ยอมพบกับเขา พุธที่ 12 มิถุนายน 2562 เวลา 07.12 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันอังคารว่า "กำแพงภาษีเป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมสำหรับใช้ในการเจรจา" หลังสามารถใช้เรื่องนี้สร้างแรงกดดันให้กับเม็กซิโกในการจัดการสถานการณ์ผู้อพยพผิดกฎหมายจากอเมริกากลาง "ภายในระยะเวลาที่กำหนด"  และยังกล่าวถึงการใช้กลยุทธ์แบบเดียวกันนี้กับจีนต่อไปด้วย หลังทั้งสองประเทศตั้งกำแพงภาษีและขึ้นภาษีตอบโต้กันหลายระลอกตลอดปีที่แล้ว
 

 
ขณะเดียวกัน ทรัมป์กล่าวถึง "กำหนดการ" พบหารือระหว่างเขากับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ระหว่างการประชุมสมาชิกกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ "จี20" ที่เมืองโอซาก้าของญี่ปุ่น ในช่วงปลายเดือนนี้ เพื่อประชุมหาทางคลี่คลายความขัดแย้งทางการค้าร่วมกัน  และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสีจะเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วยตัวเอง มิเช่นนั้นมีความเป็นไปได้สูงมากที่รัฐบาลวอชิงตันจะขึ้นภาษีต่อสินค้าของอีกฝ่าย หากการเจรจาระหว่างการประชุมจี 20 ครั้งนี้ "ไม่มีความคืบหน้าอย่างสร้างสรรค์" หรือสีปฏิเสธพบกับเขาในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งอัตราอาจสูงถึง 25% ครอบคลุมมูลค่าสินค้านำเข้าเพิ่มอีก 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 9.37 ล้านล้านบาท )


ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนางเมลาเนีย ทรัมป์ ระหว่างการเยือนญี่ปุ่น เมื่อปลายเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา
 
ด้านนายเกิ่ง ส่วง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่ารัฐบาลปักกิ่งไม่ต้องการต่อสู้กับใครก็ตามในสงครามการค้า แต่ก็ไม่หวั่งเกรงหากจะต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม จีนสังเกตว่าผู้นำสหรัฐแสดงท่าทีซ้ำแล้วซ้ำเล่าผ่านสื่อ คาดหวังการพบกันระดับผู้นำในการประชุมจี 20 ที่ญี่ปุ่น ซึ่งในส่วนของจีนจะเปิดเผยกำหนดการหรือข้อมูลอื่นเพิ่มเติม "เมื่อเป็นที่ยืนยัน"

นายเฉา หยาง หัวหน้าฝ่ายวางแผนยุทธศาสตร์ของบริษัทหัวเว่ย
 
ในอีกด้านหนึ่ง นายเฉา หยาง หัวหน้าฝ่ายวางแผนยุทธศาสตร์ของบริษัทหัวเว่ย กล่าวในงานแสดงสินค้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ว่าหากหัวเว่ยสามารถเผชิญหน้าและฝ่าฟัน "ความท้าทายที่เหนือความคาดหมาย" ทั้งหมดได้ บริษัทจะก้าวขึ้นสู่อันดับ 1 ของโลกในวงการเทคโนโลยีสื่อสารอย่างแน่นอน ภายในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ปัจจุบันหัวเว่ยเป็นผู้วางระบบและผลิตอุปกรณ์เกี่ยวกับระบบ 5 จีรายใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใฟญ่ที่สุดอันดับ 2 เป็นรองเพียงซัมซุงของเกาหลีใต้ แม้สหรัฐขึ้นบัญชีดำหัวเว่ยเมื่อกลางเดือนที่แล้ว แต่ให้เวลาผ่อนผัน 90 วันจนถึงวันที่ 19 ส.ค. นี้ และมีแนวโน้มขยายระยะเวลาออกไปอีกด้วย.

เครดิตภาพ : AFP

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%