อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562

โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันอีกในอ่าวโอมาน

เรือบรรทุกน้ำมันขนาดยักษ์ 2 ลำ ของนอร์เวย์และสิงคโปร์ ถูกโจมตี ขณะแล่นอยู่ในน่านน้ำอ่าวโอมาน ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันพฤหัสบดี ลูกเรือของทั้ง 2 ลำรวม 44 คนได้รับการช่วยเหลืออพยพขึ้นฝั่ง โดยเรือลำหนึ่งมีควันพวยพุ่งลอยเคว้งกลางอ่าว และกองทัพเรือสหรัฐรีบรุดเข้าช่วยเหลือ พฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน 2562 เวลา 18.00 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ว่า เหตุการณ์ที่ยังคลุมเครือ เกิดขึ้นกับเรือบรรทุกน้ำมันเป็นครั้งที่ 2 บนเส้นทางขนส่งสำคัญทางยุทธศาสตร์ ในระยะห่างกันเพียงไม่กี่สัปดาห์ ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน โดยเหตุโจมตีครั้งแรกในเดือน พ.ค. สหรัฐระบุว่าอิหร่านก่อเหตุโจมตี

กองทัพอิหร่านเผยว่า ทารหองทัพเรืออิหร่านช่วยเหลือลูกเรือ 44 คน จากเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำ ที่เกิดเพลิงไหม้ใน "อุบัติเหตุ" นอกชายฝั่งอิหร่าน แต่โษกกองเรือที่ 5 กองทัพสหรัฐ กล่าวว่ากองเรือรบสหรัฐในน่านน้ำอ่าวเปอร์เซียได้รับสัญญาณฉุกเฉินขอความช่วยเหลือ จากเรือทั้ง 2 ลำ ที่มีรายงานว่า "ถูกโจมตี"

ทางด้านองค์การพาณิชย์นาวีนอร์เวย์ (เอ็นเอ็มเอ) เผยว่า เกิดการระเบิด 3 ครั้ง บนเรือบรรทุกน้ำมันชื่อ "ฟรอนท์ อัลแตร์" ของนอร์เวย์ หลัง "ถูกโจมตี" พร้อมกับเรือโคคูกา คะเรจัส ของสิงคโปร์ 
สื่ออิหร่านรายงานว่า  เหตุการณ์ครั้งแรกเกิดขึ้นบนเรือ ฟรอนท์ อัลแตร์ เมื่อเวลา 8.50 น. ในอ่างโอมาน ห่างจากชายฝั่งเมืองบันดาร์-อี-จาสก์ ทางใต้ของอิหร่าน 25 ไมล์ทะเล เรือลำนี้บรรทุกเอทานอลจากกาตาร์ไปไต้หวัน และคล้อยหลังประมาณ 1 ชั่วโมง เรือลำที่ 2 ไฟลุกไหม้ เมื่อเวลา 9.50 น. ห่างจากชายฝั่งเมืองบันดาร์-อี-จาสก์ 28 ไมล์ทะเล

เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น กำลังอยู่ในระหว่างการเดินทางเยือนอิหร่าน เพื่อพยายามหาทางผ่อนคลายความตึงเครียด อิหร่าน-สหรัฐ โดยในวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการเยือน อาเบะเข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับอยาตอลลาห์ อาลี คาห์เมนี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ในกรุงเตหะราน ซึ่งคาห์เมนีกล่าวเตือนตอนหนึ่งว่า แม้อิหร่านจะไม่แสวงหาอาวุธนิวเคลียร์ แต่อเมริกาก็ไม่อาจหยุดยั้งได้ หากอิหร่านจะทำ.

 - AFP
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 48