อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2562

จีนระงับนำเข้าเนื้อหมูจากแคนาดา หลังพบสารต้องห้าม

รัฐบาลปักกิ่งส่งคืนเนื้อหมูล็อตล่าสุดที่มาจากแคนาดาและระงับนำเข้าสินค้าดังกล่าวจากอีกฝ่าย "เป็นการชั่วคราว" หลังตรวจพบสารตกค้างที่รวมถึงสารเร่งเนื้อแดง พุธที่ 26 มิถุนายน 2562 เวลา 08.18 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ว่าสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงออตตาวาออกแถลงการณ์ว่า หน่วยงานด้านศุลกากรและปศุสัตว์ของรัฐบาลปักกิ่งตรวจพบสารตกค้างหลายชนิดในผลิตภัณฑ์เนื้อหมูจากแคนาดา ที่รวมถึงสารเร่งเนื้อแดง ในผลิตภัณฑ์เนื้อหมูที่ส่งออกจากแคนาดา ซึ่งสารพิษดังกล่าวถือเป็นวัตถุต้องห้ามตามกฎหมายด้านปศุสัตว์ของจีน ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลปักกิ่งจึงจำเป็นต้องส่งคืนเนื้อหมูทั้งหมดที่แคนาดาส่งออกมายังจีนตั้งแต่วันที่ 25 มิ.ย. ที่ผ่านมา และการระงับนำเข้าเนื้อหมูจากแคนาดา
 

ขณะที่นางมารี คล็อด-บีโบ รมว.กระทรวงเกษตรของแคนาดา กล่าวว่าสำนักงานตรวจสอบความปลอดภัยทางอาหารของแคนาดา ( ซีเอฟไอเอ ) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลังร่วมกันตรวจสอบสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งรวมถึงการที่รัฐบาลปักกิ่งกล่าวหาว่ารัฐบาลออตตาวาออก "ใบอนุญาตปลอม" ในการส่งออกผลิตภัณฑ์เนื้อหมูให้กับบริษัทหลายแห่ง โดยในระหว่างนี้รัฐบาลออตตาวาประสานงานอย่างใกล้ชิดกับทางการจีน เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีทั้งหมดแล้ว พร้อมทั้งยืนยันว่า ประเด็นที่เกิดขึ้นเป็น "กรณีเฉพาะ" ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อเนื้อหมูจากแคนาดาที่ส่งออกไปยังประเทศอื่น
 
ทั้งนี้ สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่นายเดวิด ลาเมตติ รมว.กระทรวงยุติธรรมของแคนาดา มีกำหนดพบหารือกับนายวิลเลียม บาร์ รมว.กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐ ที่กรุงวอชิงตัน ในวันพุธที่ 26 มิ.ย. นี้ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งคาดว่าจะมีการหารือเกี่ยวกับประเด็นของน.ส.เมิ่ง หว่านโจว ทายาทคนโตและผู้บริหารระดับสูงของบริษัทหัวเว่ย ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ในแคนาดาตั้งแต่เดือนธ.ค. ปีที่แล้ว เพื่อรอการเนรเทศไปขึ้นศาลที่นครนิวยอร์กในคดีละเมิดมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ มีกำหนดพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน นอกรอบการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ "จี20" ที่เมืองโอซาก้าของจีน ในช่วงปลายสัปดาห์นี้.

เครดิตภาพ : AFP
   


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    88%
  • ไม่เห็นด้วย
    12%

บอกต่อ : 22