อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562

จีนจับตาทรัมป์จะลงนามหรือวีโต้ร่างกฎหมายฮ่องกง

ทำเนียบขาวยังสงวนท่าทีว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะลงนามอนุมัติหรือปัดตกร่างกฎหมายสนับสนุนฝ่ายผู้ประท้วงในฮ่องกง ที่สภาคองเกรสส่งขึ้นมาให้ลงนาม หลังผ่านความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น ท่ามกลางการจับตาอย่างใกล้ชิดของจีน พฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน 2562 เวลา 07.43 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ว่าสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีมติเสียงข้างมากท่วมท้นในการประชุมเมื่อวันพุธ 417 ต่อ 1 เสียง ผ่านร่างกฎหมาย "สิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกง" ซึ่งมีสาระสำคัญรวมถึงการกำหนดให้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐต้องจัดทำรายงานอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อยืนยันสถานะ "การปกครองตนเอง" ของฮ่องกง และเพื่อธำรงไว้ซึ่งสถานะพิเศษของเขตบริหารแห่งนี้ ในการเป็นศูนย์กลางการค้าและการเงินของโลก และจะช่วยให้ไม่ต้องถูกระงับหรือเพิกถอนสถานะพิเศษที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้รับจากรัฐบาลวอชิงตัน เมื่อปี 2535


SCMP

ขณะเดียวกัน ร่างกฎหมายดังกล่าวยังระบุเรื่องการใช้มาตรการคว่ำบาตรกับ "เจ้าหน้าที่คนใดก็ตาม" ของทั้งรัฐบาลปักกิ่งและฮ่องกง หากละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อพลเมืองฮ่องกง นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติเอกฉันท์ 417 ต่อ 0 เสียง สนับสนุนร่างกฎหมายห้ามผู้ประกอบการของสหรัฐส่งออกสินค้าทางทหารและอุปกรณ์ในการควบคุมฝูงชนให้แก่สำนักงานตำรวจฮ่องกง ซึ่งรวมถึงกระสุนยาง แก๊สน้ำตา และสเปรย์พริกไทย


 
ทั้งนี้ การลงมติครั้งที่ 2 ของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐต่อร่างกฎหมายเรื่องฮ่องกง เกิดขึ้นเพียงวันเดียวหลังวุฒิสภามีมติเป็นเอกฉันท์ รับรองร่างกฎหมายดังกล่าว และทั้งสองสภาร่วมกัน "ปรับปรุง" เนื้อหาของร่างกฎหมายให้รวมเป็นฉบับเดียวกัน หลังจากนั้นนำร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาและการลงมติอีกครั้ง ต่อจากนี้ร่างกฎหมายรอเพียงการลงนามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อให้มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวปฏิเสธให้ความเห็น ว่าผู้นำสหรัฐจะลงนามหรือวีโต้ร่างกฎหมาย โดยหากทรัมป์ใช้สิทธิ์ไม่อนุมัติ ร่างกฎหมายจะถูกตีกลับมายังสภาคองเกรส และทั้งสองสภาต้องลงมติด้วยเสียงสนับสนุนมากกว่า 2 ใน 3 เพื่อวีโต้อำนาจของประธานาธิบดี ซึ่งมีความเป็นไปได้สูง จากการที่ร่างกฎหมายผ่านความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นจากทั้งสภาสูงและสภาล่าง
 
ด้านกระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์ประณามและเตือนเรื่อง "การตอบโต้" หากทรัมป์ลงนามอนุมัติ พร้อมทั้งเชิญนายเทอร์รี แบรนสแตด เอกอัครราชทูตสหรัฐ "เข้าพบหารือ" หลังจากนั้นรัฐบาลปักกิ่งยังไม่แสดงท่าทีใดอีก.

เครดิตภาพ : AFP

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 23