อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 5 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 5 สิงหาคม 2563

สหรัฐคว่ำบาตร 2 คนสนิทฮุนเซน ก่อนอียูชี้ชะตาสิทธิการค้า

รัฐบาลวอชิงตันขึ้นบัญชีดำคนสนิท 2 คนของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เพียงไม่กี่วันก่อนครบกำหนด "เส้นตาย" ที่สหภาพยุโรปต้องการให้รัฐบาลพนมเปญยกระดับสิทธิมนุษยชนในประเทศ เพื่อรักษาสถานะพิเศษทางการค้าไว้ต่อไป พฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562 เวลา 10.16 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ว่ากระทรวงการคลังของสหรัฐออกแถลงการณ์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ขึ้นบัญชีดำพล.อ. กุน กิม อดีตเสนาธิการใหญ่กองทัพประชาชนกัมพูชา ( อาร์ซีเอเอฟ ) จากการใช้อิทธิพลทางทหารเพื่อสร้างผลประโยชน์ส่วนตน ในโครงการด้านอสังหาริมทรัพย์ที่จังหวัดเกาะกง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ และความสัมพันธ์ทางธุรกิจ "ที่ไม่ชอบมาพากล" กับรัฐวิสาหกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ของจีน ซึ่งได้รับสัมปทานให้พัฒนาโครงการดังกล่าว โดยรายงานของรัฐบาลวอชิงตันระบุด้วยว่า พล.อ. กุน กิม ถูกปลดออกจากตำแหน่งในเวลาต่อมา "ไม่ใช่ด้วยเหตุผลเกี่ยวข้องกับงานราชการ" แต่เป็นเพราะ "การขัดผลประโยชน์" กับเจ้าหน้าที่พลเรือนในรัฐบาลของสมเด็จฮุน เซน
 


ทั้งนี้ มาตรการคว่ำบาตรต่อพล.อ.กุน กิม ครอบคลุมถึงสมาชิกในครอบครัวของทหารชั้นผู้ใหญ่นายนี้อีก 3 คน และบริษัทอีก 5 แห่ง นอกจากนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐยังขึ้นบัญชีดำนายไตร ภาพ  มหาเศรษฐีนักธุรกิจซึ่งเป็นสมาชิกพรรคประชาชนกัมพูชา ( ซีพีพี ) และสถานประกอบการอีก 11 แห่งที่จดทะเบียนในชื่อของนายไตร ภาพ ถูกขึ้นบัญชีดำเช่นกัน
 
ขณะที่บุคคลทั้งสองยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นทางการต่อเรื่องที่เกิดขึ้น แต่กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาออกแถลงการณ์ประณามว่า เป็นการล่วงละเมิดพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง ด้วยการแทรกแซงความเท่าเทียมแห่งรัฐ และกิจการภายในของรัฐอธิปไตย ด้านนายสก อีสาน โฆษกพรรคซีพีพี กล่าวว่ามาตรการคว่ำบาตรดังกล่าว "ไม่มีผลในทางปฏิบัติ" และเป็นการสนับสนุนฝ่ายต่อต้านรัฐบาลเท่านั้น
 

นอกจากนี้ ความเคลื่อนไหวของสหรัฐเกิดขึ้นก่อนครบกำหนด "เส้นตาย" 30 วัน ซึ่งคณะกรรมาธิการยุโรป ( อีซี ) ประกาศเมื่อวันที่ 12 พ.ย. ที่ผ่านมา ให้รัฐบาลกัมพูชาแก้ไขปัญหาสิทธิมนุษยชนในประเทศให้อยู่ในระดับ "น่าพึงพอใจ" เพื่อรักษาสถานะพิเศษทางการค้ากับสหภาพยุโรป ( อียู ) ไว้ต่อไป ซึ่งมีแนวโน้มสูงที่กัมพูชาจะสูญเสียเอกสิทธิ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม สมเด็จฮุน เซน กล่าวว่า "ไม่น่ากังวล".

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 34