อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563

นักกีฬาหญิงดีกรีโอลิมปิกของอิหร่าน "ลาบ้านเกิดถาวร"

"คีเมีย อาลิซาเดห์" นักกีฬาหญิงชาวอิหร่านคนแรกและคนเดียวซึ่งเคยได้รับเหรียญจากการแข่งโอลิมปิก ประกาศว่าเธอ "อำลาบ้านเกิดเป็นการถาวร" เนื่องจากไม่สามารถอดทนกับการถูกกดดัน และตกเป็นเครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมืองได้อีกต่อไป จันทร์ที่ 13 มกราคม 2563 เวลา 14.55 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 13 ม.ค.ว่าคีเมีย อาลิซาเดห์ นักกีฬาเทควันโดหญิงเจ้าของเหรียญทองแดงรุ่น 57 กิโลกรัม จากการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อนที่เมืองรีโอเดจาเนโรของบราซิล เมื่อปี 2559 เผยแพร่จดหมายบนอินสตาแกรมของเธอ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ว่าเธอเดินทางออกจากอิหร่านแล้ว “ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก แต่จำเป็น” และกล่าวด้วยว่าเธอคือ “หนึ่งในผู้หญิงชาวอิหร่านหลายล้านคนซึ่งถูกกดขี่” 
 

ขณะเดียวกัน อาลิซาเดห์ยังวิจารณ์ระบบการเมืองภายในประเทศว่าทั้ง “เสแสร้ง โกหก อยุติธรรม และประจบสอพลอ” เธอสวมเครื่องต่างกายและพูดออกสื่อ “ตามที่ได้รับคำสั่ง” แต่การปฏิบัติตัวของเธอตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา “ไม่มีค่า” ทั้งที่เธอไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่า “เทควันโด ความปลอดภัย และชีวิตที่มีคุณภาพและมีความสุข” ทั้งนี้ อาลิเซาเดห์ไม่ได้บอกว่าตอนนี้เธออยู่ที่ใด แต่สำนักข่าวอิสนาซึ่งเป็นกระบอกเสียงกึ่งทางการของรัฐบาลเตหะราน รายงานว่า อาลิซาเดห์ วัย 21 ปี ซึ่งเป็นนักกีฬาหญิงคนแรกและคนเดียวของอิหร่านจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเคยได้รับเหรียญรางวัลจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก “หลบหนี” ไปยังเนเธอร์แลนด์ และมีความเป็นไปได้ที่หญิงสาวจะพยายามเข้าแข่งขันโอลิมปิกที่กรุงโตเกียว ในช่วงปลายเดือนก.ค.นี้ “ภายใต้สัญชาติอื่น”
 

ด้านรัฐบาลอิหร่านและเนเธอร์แลนด์ยังสงวนท่าทีอย่างเป็นทางการต่อสถานการณ์ของอาลิซาเดห์ ซึ่งข่าวที่เธอเดินทางออกจากอิหร่าน และการเปิดเผยทัศนคติส่วนตัวกำลังสร้างความตกตะลึงไปทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม อาลิซาเดห์ไม่ใช่นักกีฬาทีมชาติอิหร่านคนแรกซึ่งตัดสินใจเช่นนี้ ย้อนกลับไปเมื่อเดือนก.ย.ปีที่แล้ว ซาอีด โมลลาอี นักกีฬายูโดเดินทางไปลี้ภัยในเยอรมนี เนื่องจากไม่เห็นด้วยที่ได้รับคำสั่งห้ามแข่งขันกับนักกีฬาของอิสราเอล และอาลีเรซา ฟักฮานี กรรมการตัดสินฟุตบอลชื่อดัง เดินทางออกจากอิหร่านไปลี้ภัยในออสเตรเลีย เมื่อปีที่แล้วเช่นกัน.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    81%
  • ไม่เห็นด้วย
    19%

บอกต่อ : 45