อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563

เมืองอู่ฮั่นพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา เพิ่ม4คนในวันเดียว!

ทางการเมืองอู่ฮั่นของจีนยืนยันการพบผู้ป่วยด้วยโรคปอดบวมปริศนาที่อาจมาจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เพิ่มอีก 4 คน ขณะที่นักวิจัยในสหราชอาณาจักรเชื่อว่า "สถิติแท้จริงมากกว่านั้น" ด้านสหรัฐประกาศใช้มาตรการคัดกรองโรคอย่างเข้มงวดตามสนามบินขนาดใหญ่ เสาร์ที่ 18 มกราคม 2563 เวลา 10.25 น.


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ว่าคณะกรรมการสาธารณสุขแห่งเมืองอู่ฮั่น ในมณฑลเหอเป่ย ทางตอนกลางของจีน ออกแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ ว่าจำนวนผู้ป่วยสะสมด้วยโรคปอดบอมที่มาจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งองค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) ตั้งสมมติฐานว่าเป็นเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่แพร่ระบาดตั้งแต่เดือนธ.ค. ปีที่แล้ว เพิ่มเป็นอย่างน้อย 45 คน หลังมีการยืนยันผู้ติดเชื้อรายใหม่ 4 คนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ขณะที่ผู้เสียชีวิตอยู่ที่อย่างน้อย 2 คน และยืนยันยังไม่พบการติดเชื้อในพื้นที่นอกเมืองอู่ฮั่น
 

อย่างไรก็ตาม รายงานโดยศูนย์วิจัยโรคติดเชื้อแห่งอิมพีเรียลคอลเลจลอนดอน ในสหราชอาณาจักร ระบุว่าจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสดังกล่าวในเมืองอู่ฮั่นอยู่ที่อย่างน้อย 1,723 คนแล้ว ด้านรัฐบาลปักกิ่งยังไม่แสดงท่าทีอย่างเป็นทางการต่อรายงานของอิมพีเรียลคอลเลจลอนดอน เช่นเดียวกับดับเบิลยูเอชโอที่มีอิมพีเรียลคอลเลจลอนดอนเป็นที่ปรึกษาด้วย ยังคงสงวนท่าที แต่เมื่อกลางสัปดาห์นี้ออกประกาศให้ทั่วโลก "เพิ่มการเฝ้าระวัง" หลังมีการยืนยันการพบผู้ติดเชื้อในต่างประเทศแล้ว 2 แห่ง คือไทยและญี่ปุ่น
 

ในอีกด้านหนึ่ง ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคของสหรัฐ ( ซีดีซี ) ออกแถลงการณ์ว่าท่าอากาศยานนานาชาติในเมืองซานฟรานซิสโก นครนิวยอร์กและนครลอสแอนเจลิส เป็นสนามบิน 3 แห่งแรกในประเทศ ที่เริ่มมาตรการเข้มงวดในการคัดกรองผู้ต้องสงสัยป่วยจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โดยซีดีซีส่งเจ้าหน้าที่ไปให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่ของสนามบินทั้งสามแห่ง เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งมาตรการของเจ้าหน้าที่คือการตรวจสอบผู้โดยสารบนทุกเที่ยวบินอย่างเข้มงวด แต่จะ "เน้นมากขึ้นเป็นพิเศษ" กับเที่ยวบินตรงจากเมืองอู่ฮั่น หรือมีการเปลี่ยนเครื่องบินที่สนามบินในเมืองอูฮั่น.

เครดิตภาพ : AFP
   

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 35