อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563

เกาหลีใต้ตำหนิทูตสหรัฐก้าวก่ายนโยบายกับเกาหลีเหนือ

ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้แสดงความไม่พอใจอย่างเปิดเผย ต่อการที่เอกอัครราชทูตสหรัฐต้องการให้รัฐบาลโซล "ปรึกษา" กับรัฐบาลวอชิงตัน เกี่ยวกับโครงการใดก็ตามที่เป็นความร่วมมือกับเกาหลีเหนือ เสาร์ที่ 18 มกราคม 2563 เวลา 12.12 น.


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ว่าทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ออกแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ มีเนื้อหากระชับว่า การดำเนินนโยบายและการตัดสินใจในกรณีใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือกับเกาหลีเหนือ ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของรัฐบาลโซลเป็นสำคัญ และ "เป็นเรื่องเสียมารยาทอย่างยิ่ง" ต่อการวิจารณ์ที่ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของหลักการ ต่อนโยบายของประธานาธิบดีมุน แจ-อิน ในเรื่องนี้
 
แม้แถลงการณ์ของทำเนียบผู้นำเกาหลีใต้ไม่ได้พาดพิงใครโดยตรง แต่การเผยแพร่สารออกมาเพียงวันเดียว หลังนายแฮร์รี แฮร์ริส เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงโซล กล่าวกับสื่อเกาหลีใต้หลายแห่งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ว่าแม้เป็นโครงการระหว่างสองเกาหลี แต่รัฐบาลโซล "ควรเพิ่มความร่วมมือ" กับรัฐบาลวอชิงตันในเรื่องดังกล่าวด้วย โดยแฮร์ริสเสนอการจัดตั้งคณะทำงานร่วมกัน "เพื่อป้องกันการสื่อสารคลาดเคลื่อน"

 

 
ขณะเดียวกัน เอกอัครราชทูตสหรัฐยังกล่าวอีกว่า จริงอยู่ที่สหรัฐไม่มีอำนาจ "อนุมัติหรือปฏิเสธ" เรื่องนี้  แต่อเมริกา "คือพันธมิตรหนึ่งเดียวของเกาหลีใต้ในเรื่องเกาหลีเหนือ" ทหารอเมริกัน 28,500 นายประจำการอยู่ในเกาหลีใต้ ในขณะที่ชาวอเมริกันเสียภาษีมหาศาลเพื่อปกป้องประเทศแห่งนี้ ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลวอชิงตัน "จึงมีความสนใจ" ต่อทุกโครงการของเกาหลีใต้ ที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือระหว่างสองเกาหลี และยังกล่าวด้วยว่า หน้าที่ของเขาในฐานะเอกอัครราชทูตสหรัฐคือ "การรักษาผลประโยชน์" ของอเมริกา

แม้มาตรการคว่ำบาตรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) ที่บังคับใช้กับเกาหลีเหนือ ยังคงยกเว้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว แต่รัฐบาลวอชิงตันประสงค์ใช้มาตรการคว่ำบาตรเพื่อเพิ่มข้อจำกัดให้กับธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้นำเกาหลีใต้ไม่เห็นด้วย เนื่องจากมีแผนฟื้นฟูความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือผ่านการท่องเที่ยว
 
นอกจากนี้ จริงอยู่ที่สหรัฐและเกาหลีใต้มีความเป็นพันธมิตรด้านความมั่นคงยาวนานหลายทศวรรษ แต่ทั้งสองประเทศ "ยังตกลงกันไม่ได้" ต่อกรณีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการให้เกาหลีใต้ "เพิ่มค่าใช้จ่ายทางทหาร" จากปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ปีละ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 30,403 ล้านบาท ) เป็น 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 152,015  ล้านบาท ) แล้วบรรจุไว้ใน “ข้อตกลงมาตรการพิเศษ” ( เอสเอ็มเอ ) ซึ่งคือชื่ออย่างเป็นทางการของกรอบความร่วมมือด้านค่าใช้จ่ายทางทหารระดับทวิภาคีฉบับใหม่.
 


เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    95%
  • ไม่เห็นด้วย
    5%

บอกต่อ : 25