อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563

จีน-เมียนมาเซ็นข้อตกลงขับเคลื่อนเส้นทางสายไหมใหม่

รัฐบาลจีนและเมียนมาลงนามเอ็มโอยูร่วมกัน 33 ฉบับ เน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ในเมียนมา ให้เป็นเส้นทางใหม่ตามแผนยุทธศาสตร์การค้า "หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง" ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เสาร์ที่ 18 มกราคม 2563 เวลา 15.00 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 18 ม.ค.ว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน และนางออง ซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐและรมว.กระทรวงการต่างประเทศเมียนมา ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ ( เอ็มโอยู ) 33 ฉบับ ที่ทำเนียบรัฐบาลในกรุงเนปิดอว์ เมื่อวันเสาร์ โดยสาระสำคัญของเอ็มโอยูทุกฉบับเกี่ยวข้องกับแผนยุทธศาสตร์หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ที่มาจากแนวคิดของริเริ่มของสี ซึ่งต้องการวางเส้นทางเชื่อมโยงการค้าออกจากจีนสู่อีกหลายภูมิภาคให้เป็น “เส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21”


CGTN

สำหรับกรอบความร่วมมือสำคัญที่ลงนามกันเป็นไปตามที่มีการเปิดเผยก่อนหน้านี้ คือโครงการท่าเรือน้ำลึกเจ้าผิวในรัฐยะไข่ มูลค่า 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 39,523.9 ล้านบาท ) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ระเบียงเศรษฐกิจจีน-เมียนมา ( ซีเม็ก ) โครงการพัฒนาเมืองย่างกุ้งให้เป็นเมืองเศรษฐกิจใหม่ และโครงการเส้นทางรถไฟความเร็วสูงจากมณฑลยูนนาน ของจีนแล้วผ่านเมียนมาทั้งประเทศ ซึ่งเป็นการวางเส้นทางการค้าจากภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีนสู่มหาสมุทรอินเดีย



อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าผู้นำจีนไม่ได้หารือกับซูจีเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างเขื่อนมิตโสน เหนือต้นน้ำอิรวดี ที่รัฐบาลปักกิ่งเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ ด้วยงบประมาณ 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 109,450.8 ล้านบาท ) แต่เมียนมาระงับการก่อสร้างเมื่อปี 2554 ด้วยความวิตกกังวลอย่างหนักด้านสิ่งแวดล้อม ร่วมด้วยการประท้วงอย่างหนักของประชาชน ทั้งนี้ ซูจีกล่าวถึงจีนว่าเป็นประเทศ “ที่มีบทบาทอย่างมาก” ทั้งในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและเศรษฐกิจโลก พร้อมทั้งเรียกร้องให้การลงทุนจากจีนต้องสร้างผลประโยชน์ให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น และหลีกเลี่ยงการทำลายสิ่งแวดล้อมในพื้นที่


CGTN


ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีวิน มยินต์ และนางออง ซาน ซูจี ร่วมชมนิทรรศการแสดงประวัติความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนกับเมียนมา ซึ่งปีนี้ครบรอบ 70 ปี
 
อนึ่ง ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับเมียนมามีทั้งขึ้นและลงในยุครัฐบาลทหาร แต่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เมียนมาเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักจากโลกตะวันตกต่อสถานการณ์ความมั่นคงในรัฐยะไข่ ที่เกี่ยวเนื่องถึงชาวโรฮีนจา โดยจีนใช้อิทธิพลทางการทูต จากการเป็นหนึ่งในสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) “ช่วยเหลือ” เมียนมาในเรื่องดังกล่าวไว้ได้หลายครั้ง ขณะที่สีกล่าวกับประธานาธิบดีวิน มยินต์ เมื่อวันศุกร์ ว่าจีนพร้อมยกระดับความสัมพันธ์กับเมียนมาในทุกมิติ เพื่อนำพาไปสู่ “ยุคใหม่”.

เครดิตภาพ : AFP
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 23