อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563

ไต้หวันเสนอช่วยจีนสู้ไวรัสโคโรนา สหรัฐพัฒนายา

แม้ขัดแย้งทางการเมืองกันอย่างหนัก แต่ไต้หวันเสนอมอบความช่วยเหลือให้กับจีน ในการฝ่าฟันวิกฤติเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ขณะที่บริษัทยาในสหรัฐทดสอบประสิทธิภาพของยารักษาเอชไอวี ว่าจะใช้กับเชื้อไวรัสชนิดนี้ได้หรือไม่ จันทร์ที่ 27 มกราคม 2563 เวลา 09.49 น.


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงไทเป สาธารณรัฐจีน ( ไต้หวัน ) เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ว่านายไล่ ชิง-เต๋อ ว่าที่รองประธานาธิบดีไต้หวัน กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ ว่าแม้ความสัมพันธ์ด้านการเมืองและความมั่นคงระหว่างรัฐบาลไทเปกับรัฐบาลปักกิ่งตึงเครียดอย่างหนัก และยังยากที่จะคลี่คลาย แต่หากอยู่ในยามฉุกเฉินจากโรคระบาดและภัยธรรมชาติซึ่งไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับฝ่ายใด ภาวะดังกล่าวถือเป็น "ศัตรูร่วมกัน" และรัฐบาลไทเปมองว่าท่ามกลางวิกฤติยังมีโอกาส สถานการณ์นี้จะช่วยกระชับความร่วมมือข้ามช่องแคบได้
 

 
ไล่เรียกร้องให้รัฐบาลปักกิ่ง "เปิดทัศนคติ" ด้วยการรับความช่วยเหลือจากภายนอก โดยรัฐบาลไทเปยินดีช่วยเหลือเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคลุกลาม และการรักษาผู้ป่วยด้วยวิธีการเหมาะสม อย่างไรก็ดี ว่าที่ผู้นำไต้หวันยังไม่ได้กล่าวชัดเจน ว่ารัฐบาลไทเปจะมีมาตรการอย่างไร อนึ่ง จีนเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของไต้หวัน
 
ทั้งนี้ ไต้หวันซึ่งอยู่ห่างจากแผ่นดินใหญ่จีนเพียง 180 กิโลเมตร โดยมีช่องแคบไต้หวันเป็นพรมแดนธรรมชาติกั้นกลาง พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แล้ว 4 คน และทุกคนมีประวัติการเดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น เมืองเอกของมณฑลหูเป่ย์ ในภาคกลางของจีน ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของเชื้อโรค หลังจากนั้นรัฐบาลไทเปใช้มาตรการห้ามการเข้าเมืองของประชาชนที่เดินทางมาจากมณฑลหูเป่ย์ในระยะนี้ และระงับเที่ยวบินสู่เมืองอู่ฮั่น
 

ด้านบริษัทแอบบ์วี ( AbbVie ) ผู้ประกอบการด้านชีวเภสัชภัณฑ์ของสหรัฐ เผยว่าได้รับการติดต่อจากรัฐบาลจีนในการช่วยวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อรักษาเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งตอนนี้ทีมนักวิจัยของแอบบ์วีกำลังทดสอบประสิทธิภาพของ "อลูเวีย" ( Aluvia ) ที่เป็นยารักษาเชื้อไวรัสเอชไอวี ว่าจะมีผลกับเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือไม่.

เครดิตภาพ : REUTERS

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    39%
  • ไม่เห็นด้วย
    61%

บอกต่อ : 27