อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 7 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 7 เมษายน 2563

เถื่อน!'โจ๋ผู้ดี'ชก'หนุ่มไทย'จมูกหัก ตะโกนใส่'โคโรนาไวรัส'

หนุ่มไทยที่อาศัยในย่านฟูแล่ม ประเทศอังกฤษ ถูกทำร้ายร่างกายจนจมูกหัก ฉกเฮดโฟน ขณะเดินกลับที่พัก โดยคนร้ายตะโกนว่าโคโรนาไวรัส โคโรนาไวรัส รัว ๆ หลายครั้ง พร้อมถ่ายคลิป อาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 16.12 น.


เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนโลกออนไลน์ได้มีสมาชิกผู้ใช้เฟซบุ๊กที่มีชื่อว่า Pawat Silawattakun ซึ่งเป็นหนุ่มไทย อายุ 24 ปี ที่อยู่ที่กรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ ได้ออกมาโพสต์ถึงเรื่องที่ตนถูกนักเรียนอายุราว 15 ปี สองคน ทำร้ายร่างกายย่านฟูแลม จนจมูกหักและฉกเอาหูฟังที่อยู่บนคอของเขาไปขณะเดินกลับจากสถานีจอดรถประจำทางเพื่อข้ามถนนกลับบ้าน โดยเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าวระบุข้อความด้วยว่



ครั้งแรกในชีวิตของผม ผมถูกตำรวจอธิบายว่าเป็น 'เหยื่อ' เหยื่อของความเกลียดชังอาชญากรรมเนื่องจากเผ่าพันธุ์ของผม เหยื่อของการปล้น เหยื่อของการทำร้ายร่างกายจนจมูกของผมหัก ในบ่ายวันเสาร์ที่ลอนดอนผมนั่งบนรถบัสธรรมดาเพื่อกลับบ้าน ผมใส่หูฟังอยู่แต่ก็ได้ยินเสียงเบา ๆ ที่มาจากทางซ้ายขณะที่ผมกำลังรอข้ามถนน เป็นเสียงของวัยรุ่นที่พูดว่า “โคโรนาไวรัส โคโรนาไวรัส (หัวเราะ) โคโรนาไวรัส โคโรนาไวรัส”

พร้อมทั้งกำลังถ่ายคลิปของผมตลอดเวลา ผมจึงถอดหูฟังไว้บนไหล่และบอกให้เขาหยุด ในขณะนั้นวัยรุ่นอีกหนึ่งคนก็วิ่งมากระชากหูฟังของผมออกไปพร้อมหันกลับมาล้อเลียน ผมขอให้เขาคืนหูฟังให้และเดินเข้าไปหา เด็กวัยรุ่นวิ่งหนีไป ผมจึงวิ่งไล่ตามเขาข้ามถนนสายหลักไปยังเกาะการจราจรขนาดใหญ่ ซึ่งเขาหันไปรอบ ๆ แล้วก็หันมาต่อยผมที่จมูก ทำให้แว่นผมหล่นไปที่พื้นและจมูกของผมก็มีเลือดออก ผมยังคงตะโกน "เขาขโมยหูฟัง” แต่ผู้คนก็ไม่สนใจ




ในขณะที่ผมรู้สึกหมดหนทางเพราะไม่มีใครในที่สาธารณะช่วยได้จริงๆ และมันก็ไม่สบายใจที่จะเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับสิ่งที่ต้องทำ ผมจึงมีความเชื่อว่าสถานการณ์กำลังสร้างความสับสนให้กับทุกคน และก็อาจคิดว่าคนร้ายมีมีดหรืออาวุธที่อันตราย ผมจึงไม่ได้คาดหวังความกล้าหาญจากประชาชนทั่วไป แต่ผมจะไม่มีอำนาจมากขึ้นถ้าผมไม่พูดและคนที่ไม่รู้จะเริ่มพูดว่าเป็นความผิดของผมที่ผมไล่ล่าเขา 



ผมแค่อยากขอให้เพื่อนชาวเอเชียตะวันออกระวังตัวในอังกฤษ (และที่อื่น ๆ ด้วย) โปรดแบ่งปันเรื่องราวที่เจอ ผมไม่ต้องการที่จะทำให้พวกคุณกลัว แต่สิ่งนี้เกิดขึ้นกับผมจริงๆ (ผมเป็นผู้ชายสูง 6 ฟุตและอายุ 24 ปี) เราควรจะระวังตัวและไม่พยายามอยู่คนเดียว การบังคับใช้กฎหมายจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างเท่าเทียมกันในเวลานี้ที่ผู้นำโลกของเราต่างเติมเชื้อเพลิงเกลียดกลัวชาวต่างชาติและความเกลียดชังคนแรกที่ได้รับการศึกษา

โดยสำนวนนี้คือการศึกษา - คนรุ่นต่อไปที่เป็นความรับผิดชอบในการปลูกฝังการคิดอย่างมีวิจารณญาณและความเคารพไม่ว่าจะรวยหรือจน ความเสียหายทางอ้อมที่ความกลัวและการเข้าใจผิดของ 'โคโรนาไวรัส' ทำให้เกิดความเสียหายเกิดขึ้นเกินกว่าความเสียหายโดยตรงที่ไวรัสได้สร้างให้กับสังคมของเรา..




ขอบคุณภาพประกอบ : @Pawat Silawattakun, @BBC Thai


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    94%
  • ไม่เห็นด้วย
    6%

บอกต่อ : 194