อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2563

กองทัพสหรัฐเคลื่อนกำลังพล ออกจาก'วอชิงตัน'กลับฐาน

ทหารประมาณ 1,600 นาย ที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐให้เคลื่อนพลเข้ามาอยู่รอบกรุงวอชิงตันเมื่อกลางสัปดาห์นี้ เดินทางกลับฐานที่ตั้งแล้ว ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างทำเนียบขาวกับเพนตากอน ในการควบคุมการประท้วงสีผิว เสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2563 เวลา 12.07 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ว่ากระทรวงกลาโหมสหรัฐเผยเมื่อวันศุกร์ ว่าเพนตากอนทยอยเคลื่อนกำลังพล 900 นายซึ่งเดินทางมาจากฐานทัพฟอร์ต แบรกก์ ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา และฐานทัพฟอร์ต ดรัม ในรัฐนิวยอร์ก กลับไปยังฐานที่ตั้งแล้ว หลังก่อนหน้านั้นเพียงวันเดียว เจ้าหน้าที่ประมาณ 700 นาย สังกัดกองพลส่งกำลังทางอากาศที่ 82 เดินทางกลับไปยังฐานทัพฟอร์ต แบรกก์
 

 
ทั้งนี้ กองทัพสหรัฐเคลื่อนกำลังประมาณ 1,600 นายจากฐานทัพทั้งสองแห่ง ให้มาเสริมกำลังตามฐานทัพที่อยู่รอบนอกของกรุงวอชิงตัน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ท่ามกลางสถานการณ์ประท้วงและจลาจลทางสีผิวที่ตึงเครียดและรุนแรงในหลายพื้นที่ จากการเสียชีวิตของนายจอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวสีที่เมืองมินนีแอโพลิส ในรัฐมินนิโซตา ซึ่งถูกตำรวจผิวขาวใช้เข่ากดที่คอ ระหว่างทำการจับกุมเมื่อวันที่ 25 พ.ค. ที่ผ่านมา
 
อย่างไรก็ตาม เพนตากอนยืนยันว่าทหารทั้ง 1,600 นายเหล่านี้ไม่ได้ปรากฏตัวในเขตใจกลางกรุงวอชิงตัน และไม่ยุ่งเกี่ยวกับ "ภารกิจด้านความมั่นคงพลเรือน" แต่ทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 3 ซึ่งโดยปกติประจำการอยู่ที่ฐานทัพฟอร์ต ไมเออร์ ในรัฐเวอร์จิเนีบ อยู่ใกล้กับกรุงวอชิงตัน และเป็นทหารที่ชาวอเมริกันค่อนข้างคุ้นตา จากการผลัดเปลี่ยนเวรยามอารักขาสุสานทหารนิรนาม ได้รับคำสั่งให้อยู่ในสถานะ "พร้อมเผชิญกับสถานการณ์ฉุกเฉินภายใน 30 นาที"


 
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของกองทัพสหรัฐเกิดขึ้นในเวลาเดียวกับที่มีรายงานว่า นายมาร์ค เอสเปอร์ รมว.กระทรวงกลาโหมสหรัฐ และพล.อ. มาร์ค มิลลีย์ ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมสหรัฐ ปฏิเสธเข้าประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการด้านอาวุธของประธานสภาผู้แทนราษฎรในวันอังคารที่ 9 มิ.ย. ส่วนนายไรอัน แมคคาร์ธีย์ รัฐมนตรีกิจการกองทัพบก ยกเลิกกำหนดการเข้าพบกับคณะกรรมาธิการชุดเดียวกัน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาด้วย
 

 
ท่ามกลางการวิเคราะห์ของหลายฝ่าย ว่าเพนตากอนกำลังพยายามอย่างหนักเพื่อกอบกู้ภาพลักษณ์ของตัวเองในสายตาประชาชน หลังพล.อ.มิลลีย์และเอสเปอร์ เดินตามหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกจากทำเนียบขาวไปยังโบสถ์เซนต์จอห์น เพียงไม่นานหลังมีการสลายการชุมนุม และเหตุการณ์นี้ยังเพิ่มความตึงเครียดอย่างหนักระหว่างทรัมป์กับเพนตากอน ซึ่งคัดค้านการที่ผู้นำสหรัฐต้องการให้ทหารเป็นผู้ยุติการชุมนุมประท้วงครั้งนี้.

เครดิตภาพ : AP

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    94%
  • ไม่เห็นด้วย
    6%

บอกต่อ : 54