อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 26 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 26 กันยายน 2563

เวเนซุเอลาเนรเทศเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรป

ประธานาธิบดีเวเนซุเอลาสั่งให้เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปต้องเดินทางออกไปภายใน 72 ชั่วโมง นับตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังอียูคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลการากัส 11 คน อังคารที่ 30 มิถุนายน 2563 เวลา 11.48 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงการากัส ประเทศเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ว่าประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา แถลงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ว่านางอิซาเบล บริลฮันเต เปโดรซา หัวหน้าคณะผู้แทนการทูตของสหภาพยุโรป ( อียู ) ประจำกรุงการากัส มีสถานะเป็น "บุคคลไม่พึงปรารถนา" และต้องเดินทางออกจากเวเนซุเอลาภายในเวลา 72 ชั่วโมง ด้านเปโดรซาและอียูยังไม่แสดงปฏิกิริยาอย่างเป็นทางการ
 

 
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของมาดูโรเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังคณะมนตรียุโรป ในกรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวงของเบลเยียม ขึ้นบัญชีดำเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลการากัส 11 คน เนื่องจากมีพฤติการณ์ "บ่อนทำลายประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม" ของเวเนซุเอลา "โดยเฉพาะอย่างยิ่ง" การขัดขวางการดำเนินงานของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งพรรคฝ่ายค้านของเวเนซุเอลาครองเสียงข้างมาก และการเพิกถอนสิทธิคุ้มกันทางการเมืองของสมาชิกระดับสูงหลายคนในฝ่ายนิติบัญญัติ รวมถึงนายฮวน กวยโด ประธานสภาและ "รักษาการประธานาธิบดี" ของเวเนซุเอลา ที่สหรัฐเป็นประเทศแรกซึ่ง "ให้การรับรอง" เมื่อเดือนม.ค. 2561
 

 
อนึ่ง สหรัฐและเวเนซุเอลาไม่มีความสัมพันธ์ระดับเอกอัครราชทูตตั้งแต่ปี 2553 โดยเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงการากัสคนล่าสุด คือนายแพทริก ดัดดีย์ ซึ่งประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ ผู้นำเวเนซุเอลาในเวลานั้น สั่งเนรเทศเมื่อปี 2551
 
สำหรับมาตรการของคณะมนตรียุโรปซึ่งเป็นสำนักงานบริหารส่วนกลางของสหภาพยุโรป ( อียู ) เพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลเวเนซุเอลาที่อยู่ในบัญชีดำของอียูเป็นอย่างน้อย 36 คน โดยมาตรการคว่ำบาตรรวมถึงการอายัดทรัพย์สินที่มีอยู่ในประเทศซึ่งเป็นสมาชิกอียู และการระงับออกวีซ่าให้กับบุคคลเหล่านั้น ทั้งนี้ อียูประกาศมาตรการคว่ำบาตรต่อเวเนซุเอลาเป็นครั้งแรก เมื่อเดือนพ.ย. 2560 ซึ่งมีขอบเขตครอบคลุมการจำกัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการซื้อขายสินค้าด้านความมั่นคงที่รวมถึงอาวุธยุทโธปกรณ์.

เครดิตภาพ : AFP

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 29