อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 4 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 4 สิงหาคม 2563

ดูเตร์เตชี้ฟิลิปปินส์ "ยังเลิกล็อกดาวน์ไม่ได้"

ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต กล่าวว่าตอนนี้ฟิลิปปินส์ยังไม่สามารถเปิดเศรษฐกิจ "ได้อย่างเต็มร้อย" เพราะยังคงต่อสู้กับวิกฤติละลอกแรกของโรคระบาดโควิด-19 ที่มีผู้ป่วยสะสมมากกว่า 50,000 คน และเสียชีวิตแล้วประมาณ 1,300 คน พฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2563 เวลา 09.00 น.


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ว่าประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต แถลงเมื่อวันพุธ เกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในฟิลิปปินส์ ที่มีผู้ป่วยสะสมมากกว่า 50,000 คน และเสียชีวิตแล้วประมาณ 1,300 คน ว่าวิกฤติสาธารณสุขดังกล่าว "ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น" อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในฟิลิปปินส์ไม่สามารถเปรียบเทียบกับประเทศอื่นได้
 

 
ดูเตร์เตกล่าวว่าฟิลิปปินส์ยังเป็นประเทศยากจน และไม่สามารถเดิมพันทรัพยากรทั้งหมดที่มีอยู่ไปกับวิกฤติโรคระบาดครั้งนี้ได้ แต่ในเวลาเดียวกัน ฟิลิปปินส์ไม่สามารถเป็นฝ่ายแบกรับความสูญเสีย และผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมา "โดยไม่ทำอะไรมากกว่านี้" ด้วยเหตุนี้ เขาจึงตัดสินใจผ่อนคลายมาตรการควบคุมทางสังคมและเศรษฐกิจ "มากขึ้น" ในสัปดาห์นี้ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนกลไกทางสังคมและเศรษฐกิจ แต่ยังคงต้องอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังด้านสาธารณสุขในระดับสูง เนื่องจากการเปิดเศรษฐกิจ "100%" มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการติดเชื้อมากขึ้น ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์ล็อกดาวน์ตั้งแต่กลางเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา เริ่มจากกรุงมะนิลาแล้วค่อยขยายออกไปทั่วประเทศ
 

 
ด้านนายคาร์ลอส โดมินเกซ รมว.กระทรวงการคลังของฟิลิปปินส์ กล่าวว่ารัฐบาลอนุญาตให้สถานประกอบการกลับมาเปิดดำเนินการได้มากขึ้น เป็นเรื่องของ "ความอยู่รอดของประเทศ" รัฐบาลต้องปกป้องสุขภาพของประชาชน แต่ในขณะเดียวกันต้องไม่ขัดขวางการดำรงชีพขั้นพื้นฐานของประชาชน แต่เตือนว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ( จีดีพี ) ต่อหัว อาจเพิ่มจาก 39% เป็น 50% ในปีนี้ เนื่องจากรัฐบาลจำเป็นต้องกู้ยืมเพิ่มขึ้นเพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจ อนึ่ง รายได้ของฟิลิปปินส์ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ลดลง 16%จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นผลจากมาตรการล็อกดาวน์.

เครดิตภาพ : AP

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 25