อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2563

อิสราเอลยินดีช่วยเลบานอน ปัดวิจารณ์เหตุระเบิดกรุงเบรุต

รัฐบาลอิสราเอลยืนยันพร้อมมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้แก่เลบานอน จากโศกนาฏกรรมระเบิดครั้งใหญ่ในกรุงเบรุต แต่ปฏิเสธแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน ก่อนศาลพิเศษของยูเอ็นจะตัดสินคดีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ลอบสังหารอดีตนายกรัฐมนตรีราฟิก ฮาริรี พุธที่ 5 สิงหาคม 2563 เวลา 07.27 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ว่านายกาบี แอชเคนาซี รมว.กระทรวงการต่างประเทศอิสราเอล และพล.ท.เบนนี กันต์ซ รมว.กระทรวงกลาโหมของอิสราเอล แถลงร่วมกันเมื่อวันอังคาร เกี่ยวกับเหตุระเบิดครั้งใหญ่บริเวณท่าเรือในกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน ว่ารัฐบาลเทลอาวีฟประสานงานกับเลบานอนผ่านช่องทางด้านการต่างประเทศและกลาโหม เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้แก่ชาวเลบานอนทุกคนที่ได้รับผลกระทบ
 

 
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการซักถามความคิดเห็นต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิสราเอลปฏิเสธตอบโดยตรง แต่กล่าวเพียงว่า "อิสราเอลไม่เกี่ยวข้อง" ขณะที่กองกำลังป้องกันอิสราเอล ( ไอดีเอฟ ) มีแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อสถานการณ์ดังกล่าวเช่นกัน และระบุด้วยว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ต้องปล่อยวาง และละเว้นความเห็นต่างทางการเมืองไปก่อน
 

 
อนึ่ง อิสราเอลและเลบานอนทำสงครามกันมาแล้วหลายครั้ง โดยระหว่างปี 2525 ถึง 2543 อิสราเอลยึดครองพื้นที่บางส่วนทางตอนใต้ของเลบานอน เพื่อผลักดันกลุ่มติดอาวุธชาวปาเลสไตน์ ตามด้วยสงครามครั้งใหญ่กับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ยาวนาน 34 วัน เมื่อปี 2549 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,000 คน และยุติด้วยคำสั่งหยุดยิงของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) แต่การที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ปักหลักมั่นคงอยู่ในเลบานอน "สร้างความระคายเคืองใจ" ให้กับอิสราเอลมาตลอด

 ทั้งนี้ เหตุระเบิดที่กรุงเบรุตเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน ก่อนศาลพิเศษของสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) ในกรุงเฮก เตรียมพิพากษาผู้ต้องหา 4 คนในคดีลอบสังหารอดีตนายกรัฐมนตรีราฟิก ฮาริรี แห่งเลบานอน ด้วยวิธีคาร์บอมบ์ เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2548  ซึ่งบริเวณเกิดเหตุลอบสังหารฮาริรีอยู่ใกล้กับสถานที่ระเบิดครั้งนี้ แต่การตัดสินของยูเอ็นในวันศุกร์ที่ 7 ส.ค. จะไม่มีจำเลยมาร่วมรับฟัง เนื่องจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ปฏิเสธส่งตัวชายทั้งสี่คนไปยังเนเธอร์แลนด์.

เครดิตภาพ : REUTERS

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 23