อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 22 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 22 กันยายน 2563

เมืองเมลเบิร์นปิดเศรษฐกิจส่วนใหญ่ ตัดวงจรโควิด

เมลเบิร์นซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของออสเตรเลีย เข้าสู่ขั้นตอนต่อไปของความพยายามยับยั้งการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ด้วยการ "ชัตดาวน์" ระบบเศรษฐกิจส่วนใหญ่ พฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2563 เวลา 14.49 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 6 ส.ค.ว่านายดาเนีบล แอนดรูว์ส มุขมนตรีรัฐวิกตอเรีย แถลงเมือวันพฤหัสบดี เกี่ยวกับสถานการณ์โรคโควิด-19 ภายในรัฐซึ่งมีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของออสเตรเลีย ว่าในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ผู้ป่วยสะสมมีจำนวนอย่างน้อย 13,469 คน เพิ่มขึ้น  471 คน  คงเหลือผู้เข้ารับการรักษาอยู่ในระบบอย่างน้อย 7,449 คน ในจำนวนนี้อย่างน้อย 1,533 คน มีความเชื่อมโยงกับสถานดูแลผู้สูงอายุ


9 News Australia

ขณะที่ในรอบวันเดียวกันมีผู้เสียชีวิตอีก 8 คน เพิ่มจำนวนผู้เสียชีวิตสะสมจากโรคโควิด-19 ในรัฐวิกตอเรียเป็นอย่างน้อย 170 คน โดยผู้เสียชีวิตกลุ่มใหม่ส่วนใหญ่ยังคงมีความเชื่อมโยงกับสถานอนุเคราะห์ผู้สูงอายุ อย่างไรก็ตาม ในจำนวนผู้ป่วยใหม่ประจำวันนั้น มีอย่างน้อย 107 คนเป็นการติดเชื้อซึ่งยังไม่ทราบที่มาที่ไปชัดเจน หมายความว่าอัตราการแพร่ระบาดภายในชุมชนยังอยู่ในระดับสูง


7NEWS Australia
 
ทั้งนี้ เมืองเมลเบิร์นซึ่งเป็นเมืองเอกของรัฐวิกตอเรียและเมืองใหญ่อันดับ 2 ของออสเตรเลีย เข้าสู่มาตรการ "ชัตดาวน์" ระบบเศรษฐกิจส่วนใหญ่ เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ให้ได้มากที่สุด ตามมาตรการล็อกดาวน์ระดับ 4 ซึ่งเป็นขั้นสูงสุด ที่จะมีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 13 ก.ย.นี้ โดยกิจการที่สามารถเปิดให้บริการ "ภายใต้เงื่อนไขจำกัด" ในเมืองเมลเบิร์น จะมีเพียงซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำ ร้านขายอาหาร และร้านขายเครื่องดื่มแบบซื้อกลับบ้านเท่านั้น ร้านขายยา ธนาคาร สถานีบริการน้ำมัน สำนักงานไปรษณีย์ สำนักงานด้านสื่อสารมวลชน และหน่วยงานทุกแห่งที่เกี่ยวข้องกับภารกิจควบคุมวิกฤติโรคระบาดครั้งนี้
 
อย่างไรก็ตาม การที่ทางการสั่งให้โรงงานแปรรูปและผลิตอาหารจากเนื้อสัตว์ลดการผลิตประมาณ 1 ใน 3 เพื่อควบคุมจำนวนคนงาน สร้างความตื่นตระหนกอย่างหนักให้กับประชาชน จนพากันไปกว้านซื้อสินค้ามากักตุน ซึ่งแอนดรูว์สยืนยันว่ามีสินค้าเพียงพอ และการกักตุนมีแต่จะยิ่งส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน


 
ขณะเดียวกัน มุขมนตรีกล่าวถึงคำสั่งเคอร์ฟิวและมาตรการลงโทษ ว่าแม้มีการกำหนดค่าปรับระดับสูง แต่ยังคงมีผู้ฝ่าฝืน โดยในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตำรวจจับกุมผู้ฝ่าฝืนเคอร์ฟิวได้ 55 คน และสั่งปรับ "ขั้นต่ำ" คนละ 1,652 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ( ราว 36,915.63 บาท )
 
ส่วนสถิติสะสมทั่วทั้งออสเตรเลียเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ตามรายงานโดยกระทรวงสาธารณสุขในกรุงแคนเบอร์รา ยืนยันผู้ป่วยสะสมอย่างน้อย 19,890 คน เพิ่มขึ้น 483 คน แบ่งเป็น 471 คนที่รัฐวิกตอเรีย และ 12 คนที่รัฐนิวเซาท์เวลส์ รักษาหายแล้ว 10,953 คน เพิ่มขึ้น 204 คน และเสียชีวิตอย่างน้อย 255 คน เพิ่มขึ้น 8 คน โดยผู้เสียชีวิตและผู้ป่วยสะสมมากกว่าครึ่งอยู่ที่รัฐวิกตอเรีย.

เครดิตภาพ : AP

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 50