อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 22 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 22 กันยายน 2563

ผู้นำอินโดฯกระตุ้นการสร้างโอกาสจากวิกฤติโควิด

ประธานาธิบดีโจโค วิโดโด กล่าวว่าอินโดนีเซียต้องใช้วิกฤติโรคระบาดโควิด-19 "รีบูต" เศรษฐกิจของประเทศซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ได้มากที่สุด ศุกร์ที่ 14 สิงหาคม 2563 เวลา 15.48 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 14 ส.ค.ว่าประธานาธิบดีโจโค วิโดโด แถลงต่อที่ประชุมรัฐสภา ในกรุงจาการ์ตา เมื่อวันศุกร์ เนื่องในโอกาสวันชาติของอินโดนีเซีย คือวันที่ 17 ส.ค.และในปีนี้เป็นวาระการเฉลิมฉลองครบรอบปีที่ 75 ด้วย มีสาระสำคัญว่าตอนนี้อินโดนีเซียเหมือน "คอมพิวเตอร์ที่กำลังถูกไวรัสเล่นงาน" จนต้อง "ปิดเครื่อง เปิดใหม่ แล้วลงโปรแกรมใหม่"


CNN Indonesia

ผู้นำอินโดนีเซียซึ่งขึ้นโพเดียมกล่าวสุนทรพจน์ปีนี้ ด้วยการสวมชุดพื้นเมืองของชาวซาบูจากภาคตะวันออกของประเทศ กล่าวต่อไปว่า อินโดนีเซียไม่ใช่ประเทศเดียวซึ่งต้องเผชิญกับวิกฤติรอบด้านที่เป็นผลจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ทั่วโลกก็เช่นกัน อย่างไรก็ตาม อินโดนีเซียต้องไม่ปล่อยให้วิกฤติด้านสาธารณสุขครั้งนี้ฉุดรั้งบ้านเมืองให้ถอยกลับหลังอีก แต่ใช้วิกฤติครั้งนี้ "สร้างเสริมโอกาสให้กับทุกคนในประเทศ"


 
นอกเหนือจากการปฏิรูปนโยบายสาธารณสุขที่วิโดโดยกให้เป็นวาระแห่งชาติในช่วงครึ่งหลังของปีนี้แล้ว ผู้นำอินโดนีเซียกล่าวถึงการยกระดับความปลอดภัยด้านอาหาร ซึ่งที่ดำเนินการไปแล้วคือการปรับสภาพผืนดินในจังหวัดกาลีนมันตันกลาง บนเกาะบอร์เนียว ให้เป็นพื้นที่การเกษตร และยังมีแผนขยับขยายโครงการไปยังอีกหลายจังหวัดด้วย เพื่อสร้างงานให้กับประชาชน
 
ในส่วนของนโยบายด้านพลังงาน วิโดโดกล่าวถึงการใช้พลังงานผลิตเองในประเทศมากขึ้น แน่นอนว่ามาจากปาล์มซึ่งอินโดนีเซียเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ลำดับต้นของโลก แล้วลดการนำเข้าเชื้อเพลิง โดยผู้นำอินโดนีเซียกล่าวว่าตอนนี้การพึ่งตนเองให้ได้มากที่สุดเป็นสิ่งซึ่งควรปฏิบัติให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันพลังงานจากไบโอดีเซลที่ใช้อยู่ในอินโดนีเซียนั้น ผลิตจากปาล์มประมาณ 30%
 
อนึ่ง อินโดนีเซียทุ่มงบประมาณฉุกเฉิน 695,200 ล้านล้านรูเปียห์ในปีนี้ ( ราว 1.46 ล้านล้านบาท ) เพื่อลดแรงเสียดทานของวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 ต่อเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ได้มากที่สุด แต่ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ( จีดีพี ) เมื่อไตรมาสที่สองของปีนี้ หดตัว 5.32% เป็นสถิติเลวร้ายที่สุดในรอบเกือบ 2 ทศวรรษ.

เครดิตภาพ : REUTERS

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 41