อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 22 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 22 กันยายน 2563

สหรัฐบุกยึดน้ำมันอิหร่านจากเรือขนไปเวเนซุเอลา

เจ้าหน้าที่สหรัฐบุกยึดน้ำมันเบนซิน จากเรือบรรทุกสินค้าต่างชาติ 4 ลำ ที่กำลังบรรทุกน้ำมันอิหร่านแล่นมุ่งหน้าไปยังเวเนซุเอลา จากการรายงานของหนังสือพิมพ์วอลล์ สตรีท เจอร์นัล ของสหรัฐ ศุกร์ที่ 14 สิงหาคม 2563 เวลา 21.24 น.

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ มอบอำนาจในหมายจับกุม ที่อนุมัติเมื่อเดือนที่แล้ว ให้ยึดสินค้าบรรทุก จากเรือบรรทุกน้ำมัน 4 ลำ ประกอบด้วยเรือเบลลา เรือเบอริง เรือปานดิ และเรือลูนา ซึ่งเกี่ยวพันกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน องค์กรที่รัฐบาลสหรัฐขึ้นบัญชีดำเป็นกลุ่มก่อการร้าย

รายงานของวอลล์ สตรีท เจอร์นัล เมื่อวันพฤหัสบดี (13 ส.ค.) ระบุว่า เรือทั้ง 4 ลำ ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่สหรัฐสกัดจับกลางทะเล ตอนนี้กำลังถูกนำไปที่เมืองฮิวส์ตัน รัฐเท็กซัส ริมฝั่งอ่าวเม็กซิโก ทางภาคใต้ของสหรัฐ

ในเอกสารคำร้องที่ยื่นต่อศาลสหรัฐ ระบุว่า นายมาห์มูด มาดานิปูร์ นักธุรกิจชาวอิหร่าน ที่มีความสัมพันธ์กับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน ใช้บริษัทบังหน้าในต่างแดน จัดจ้างเรือต่างชาติ บรรทุกน้ำมันอิหร่านไปส่งให้เวเนซุเอลา เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน
นายโฮจาต โซลตานี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำเวเนซุเอลา ทวีตข้อความเป็นภาษาสเปนว่า จากรายงานที่ระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านถูกยึด ถือเป็นอีกการโกหก และการทำสงครามจิตวิทยาของสหรัฐ เรือเหล่านี้ไม่ใช่เรือของอิหร่าน รวมทั้งเจ้าของเรือและธงเรือ ไม่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน

เวเนซุเอลาต้องพึ่งพารายได้เกือบทั้งหมดจากน้ำมัน แต่การผลิตน้ำมันลดลงประมาณ 1 ใน 4 จากระดับในปี พ.ศ. 2551 และเศรษฐกิจประเทศล่มสลาย จากภาวะเศรษฐกิจถดถอยนาน 6 ปี
มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ ต่อรัฐบาลเวเนซุเอลาที่นำโดยประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ทำให้เวเนซุเอลาที่เคยกลั่นน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการในประเทศ ต้องหันไปพึ่งความช่วยเหลือจากกลุ่มประเทศพันธมิตร เช่นอิหร่าน ศัตรูของสหรัฐ เพื่อบรรเทาภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ

ช่วงต้นปีนี้ อิหร่านส่งเรือบรรทุกน้ำมันเบนซิน ไปให้เวเนซุเอลาหลายเที่ยว เพื่อช่วยบรรเทาภาวะขาดแคลน.


ภาพ – AP, AFP
คลิป - FRANCE 24 English
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    35%
  • ไม่เห็นด้วย
    65%

บอกต่อ : 45