อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563

กลุ่มประเทศแปซิฟิกกระตุ้นชาวโลกรักษาสิ่งแวดล้อม

ในขณะที่วิกฤติโรคระบาดโควิด-19 กำลังเป็นวาระเร่งด่วนระดับโลก กลุ่มประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกกล่าวว่า วิกฤติโลกร้อนเป็นภัยคุกคามที่มองข้ามไม่ได้เช่นกัน เสาร์ที่ 26 กันยายน 2563 เวลา 16.55 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 ก.ย.ว่าประธานาธิบดีเดวิด ปานูเอโล ผู้นำสหพันธรัฐไมโครนีเซีย แถลงต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ( ยูเอ็นจีเอ ) เมื่อวันศุกร์ มีใจความตอนหนึ่งว่า นอกเหนือจากวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 ตอนนี้ชาวโลกกำลังอยู่ใน "สงครามโลก" ที่เป็นการต่อสู้กับความเปลี่ยนแปลงด้านสภาพอากาศ ทั้งไฟป่ารุนแรงในสหรัฐ พายุกำลังก่อตัวในมหาสมุทร และอุทกภัยในเอเชีย


United Nations
 
อย่างไรก็ตาม มนุษย์สามารถ "เป็นผู้ชนะ" เหนือภัยคุกคามด้านสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ได้ ขอให้ทุกฝ่ายยึดมั่นตามแนวทางปฏิบัติซึ่งระบุไว้อย่างชัดเจนในข้อตกลงปารีส "ด้วยความเป็นเอกภาพ" ผู้นำไมโครนีเซียกล่าวด้วยว่า กลุ่มประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก "เป็นด่านหน้า" ของการแบกรับความเสี่ยงจากวิกฤติโลกร้อน


United Nations
 
ขณะที่นายกรัฐมนตรีคอซี นาตานู ผู้นำตูวาลู กล่าวว่าแม้ตูวาลูเป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่ประเทศบนโลก ซึ่งยังไม่มีรายงานผู้ป่วยโรคโควิด-19 แต่ผลกระทบจากวิกฤติโรคระบาดครั้งนี้สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับทุกประเทศ ตูวาลูก็เช่นกัน อุตสาหกรรมประมงและการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบอย่างมาก เพราะภาวะชะงักงันที่เกิดขึ้นกับห่วงโซ่อุปทานโลกมีผลต่อความความปลอดภัยด้านอาหาร
 
ทั้งนี้ ผู้นำตูวาลูกล่าวว่าความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาใดก็ตาม "ไม่ควรทิ้งใครไว้ข้างหลัง" การตอบสนองต่อวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 ถือเป็นวาระเร่งด่วน แต่วิกฤติสิ่งแวดล้อมยังคงเป็นปัญหายืดเยื้อที่ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน


United Nations
 
ด้านประธานาธิบดีทาเนติ มาเมา ผู้นำคิริบาส หรือคิริบาตี กล่าวว่าจริงอยู่ที่การแก้ไขวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 "เป็นวาระฉุกเฉิน" แต่ความเปลี่ยนแปลงด้านสภาพอากาศเป็นความท้าทายใหญ่หลวงสำหรับทุกภาคส่วนบนโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ความมั่นคง และความปลอดภัยของชาวหมู่เกาะแปซิฟิก.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES
   

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 27