อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 27 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 27 มกราคม 2564

นักศึกษาต่างชาติเริ่มกลับคืนสู่ออสเตรเลีย

นักศึกษานานาชาติเริ่มกลับคืนสู่ออสเตรเลีย เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รัฐบาลแคนเบอร์ราประกาศปิดเขตแดน เพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 เตั้งแต่เดือน มี.ค.ต้นปีนี้ โดยเที่ยวบินโดยสารเช่าเหมาลำ ลงจอดที่สนามบินเมืองดาร์วิน ทางภาคเหนือ เมื่อวันจันทร์ จันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2563 เวลา 22.33 น.

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 30 พ.ย. ว่า สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาทั่วออสเตรเลีย ขาดรายได้เป็นจำนวนมาก ในช่วงที่ประเทศปิดเขตแดนโดยไม่มีกำหนด ทำให้นักศึกษาต่างชาติที่เรียนอยู่แล้วและเดินทางกลับประเทศ รวมทั้งที่กำลังจะเข้าเรียน ไม่สามารถเดินทางเข้าสู่แดนจิงโจ้ได้

เที่ยวบินโดยสารเช่าเหมาลำ โดยมหาวิทยาลัยชาร์ลส์ ดาร์วิน หรือ ซีดียู (Charles Darwin University : CDU ) บรรทุกนักศึกษานานาชาติ 63 คน เดินทางถึงเมืองสนามบินดาร์วิน เมืองเอกของรัฐนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี ทางภาคเหนือของออสเตรเลีย เมื่อวันจันทร์ ส่วนหนึ่งของโครงการนำร่อง ที่มีเป้าหมายฟื้นฟูอุตสาหกรรมการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งทำเงินรายได้เข้าประเทศจำนวนมาก ในแต่ละปีการศึกษา
 

นักศึกษาชุดแรกจากจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง ญี่ปุ่น เวียดนาม และอินโดนีเซีย ซึ่งเดินทางไปที่สิงคโปร์ เพื่อต่อเที่ยวบินเช่าเหมาลำของซีดียู จะต้องเข้ารับการกักตัวเป็นเวลา 14 วัน ในสถานที่ที่รัฐบาลจัดให้ ในเมืองดาร์วิน ตามมาตรการป้องกันการระบาดของโควิด-19

แถลงการณ์ของซีดียู เมื่อวันจันทร์ กล่าวว่า ถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญอย่างยิ่ง ในการฟื้นฟูภาคการศึกษาระหว่างประเทศในออสเตรเลีย

ข้อมูลจากรัฐบาลออสเตรเลีย อุตสาหกรรมการศึกษา เป็นสินค้าส่งออกที่ทำรายได้เข้าประเทศ สูงเป็นอันดับที่ 4 รองจากแร่เหล็ก ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติ ตลอดปี พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา มีนักศึกษาต่างชาติลงทะเบียนเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วออสเตรเลียกว่า 500,000 คน สร้างรายได้เข้าประเทศประมาณ 37,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (825,356 ล้านบาท)
ขณะที่ข้อมูลของกลุ่มล็อบบี้ Universities Australia เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ระบุว่า การเปิดเขตแดนตั้งแต่เดือน มี.ค. ทำให้ออสเตรเลียสูญเสียรายได้ถึง 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 332,477 ล้านบาท).

เครดิตภาพ – AFP
เครดิตคลิป – ABC News In-depth

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น