อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 23 มีนาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 23 มีนาคม 2562

"กูเกิล-ราชวิถี"ใช้เอไอคัดกรองเบาหวานขึ้นจอประสาทตา

กูเกิล ร่วมกับ UN-ESCAP และ สวทน. จัดงาน “APAC AI for Social Good Summit” ร่วมวิจัยเอไอ ในไทยเริ่มต้นด้วยการนำเอไอมาช่วยคัดกรองผู้ป่วยเบาหวานที่เสี่ยงเบาหวานขึ้นจอประสาทตา พฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม 2561 เวลา 17.40 น.


วันนี้(13 ธ.ค.) กูเกิล ประเทศไทย   ร่วมกับคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (United Nations Economic and Social Commission for Asia Pacific หรือ UN-ESCAP) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ  (สวทน.) จัดงาน “APAC AI for Social Good Summit”  โดย เชิญนักวิจัย ผู้กำหนดนโยบาย องค์กรพัฒนาเอกชน และภาคเอกชนจากทั่วเอเชียแปซิฟิก ร่วมหารือเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม พร้อมลงนามข้อตกลงร่วมกัน และประกาศเครือข่ายการวิจัยร่วมด้าน AI ในเอเชียแปซิฟิก
 
 
 
มร.เคนท์ วอลเกอรฺ์ รองประธานอาวุโสฝ่ายกิจการทั่วโลกของ กูเกิล กล่าวว่า  ทุกวันนี้  เราใช้เทคโนโลยีต่างๆ เช่น เอไอ ในการคาดการณ์เหตุการณ์ต่างๆในอนาคต ซึ่ง ตอนนี้เอไอพัฒนาไปมาก ดีฟ เลิรน์นิ่ง ทำให้เครื่องจักรเรียนรู้ได้ตัวเอง  มีการนำมาใช้ทางการแพทย์ ช่วยวินิจฉัยโรคต่างๆ เช่น มะเร็ง เบาหวานได้แม่นยำขึ้น ช่วยผู้ป่วยเข้าถึงสิทธิต่างๆ มากขึ้น แต่แน่นอนว่า เรื่องเอไอ ไม่มีองค์กร หรือ ธุรกิจใดธุรกิจทำได้คนเดียว จึงต้องมีการจับมือกับพาร์ทเนอร์ต่างๆ ทั่วโลก ในการนำเอไอทำการวิจัยและใช้ประโยชน์ต่างๆ
 


“เอไอควรนำมาใช้ให้เกิอประโยชน์ต่อมนุษย์ แต่ไม่ควรให้ เกิดผลกระทบต่อสังคม  ต้อมีความโปรงใส และ สิทธิส่วนบุคคลไม่ควรถูกละเมิดในการใช้เอไอ เช่น เทคโนโลยีจดจำใบหน้า นำมาใช้ ค้นหาคนหาย แต่ ก็เป็นดาบสองต้องไม่ถูกนำมาใช้ ในการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ต้องมีการพัฒนากฎระเบียบร่วมกันเพื่อมาควบคุมไม่ให้มีผลกระทบต่อคน"
 


ด้าน มร. เจย์ ยานิค รองประธาน กูเกิล ทำงานด้านเอไอ   กล่าวว่า  ปัจจุบันเอไอได้เข้ามามีบทบาท เหมือนเทคโนโลยีใน  20-30 ปี ก่อน ที่ช่วยพัฒนาโลก ซึ่งเอไอจะอยู่ในสถานะนั้นใน อีก 20-30  ปีข้างหน้า ซึ่ง ทางด้านเฮลท์แคร์ 7 ปี ที่ผ่านมา มีคนใช้เอไอในการทำวิจัยเรื่องสุขภาพ จำนวนมากขึ้น เอไอสามารถช่วย ตัดสินใจพยาการณ์ได้เร็วมากขึ้น 48 ชม.  ช่วยให้แพทย์ วินิจฉัยและตัดสินใจได้เร็วและถูกต้องมากขึ้น


 
อีกหนึ่งตัวอย่าง คือ การพยากรณ์เรื่องอุทกกภัย   กูเกิลได้ทำการวิจัยเรื่องนี้ ถ้ามีระบบพยากรณ์ล่วงหน้าได้ ทำให้คนได้รับประโยชน์ลดการสูญเสีย โดยมีการวิจัยและนำมาใช้ เช่น ที่อินเดีย บังคลาเทศ  โดยกูเกิลนำข้อมูลมาวิเคาะห์ล่วงหน้าจะเกิดที่ไหน เพื่อให้รับมือได้ดีขึ้น
 
  
ภายในงาน กูเกิล ยังได้ประกาศจับมือเป็นพันธมิตรกับโรงพยาบาลราชวิถี สังกัดกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในการป้องกันการเกิดตาบอดโดยใช้ซอฟต์แวร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อคัดกรองภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตา (diabetic retinopathy) ทั้งนี้โรงพยาบาลราชวิถีจะเริ่มการทดลองทางคลินิกในพื้นที่ที่ได้รับการคัดเลือกทั่วประเทศ  

 
นพ. ไพศาล ร่วมวิบูลย์สุข ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคเบาหวานกว่า 5 ล้านราย ทุกรายมีความเสี่ยงต่อภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตาซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่นำไปสู่การสูญเสียการมองเห็น ทั้งนี้สามารถป้องกันได้โดยการตรวจคัดกรองเป็นประจำ ผลจากการศึกษาย้อนหลังพบว่าในการตรวจคัดกรองแบบเดียวกัน แบบจำลอง AI ตรวจจับภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตาได้ดีกว่าเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการฝึกฝนมาแล้ว



 
“ จากที่จักษุแพทย์ ทั่วประเทศ ขาดแคลนมีเพียง 1,500  คน และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านจอประสาทตาเพียง 200 คน จึงต้องมีการเทรนนิ่งพยาบาลในการช่วยคัดกรองผู้ป่วยเบาหวานที่มีความเสี่ยง แต่การนำเอไอมาใช้จะมีความแม่นยำในการเปรียบเทียบภาพเรติน่าของคนไข้ได้แม่นยำถึง  97% ขณะที่เจ้าหน้าที่พยาบาลที่ได้รับการเทรนนิ่ง จะมีความแม่นยำประมาณ 74% โดยการนำภาพเรติน่าจากฐานข้อมูลของศูนย์สุขภาพ 13  แห่ง มาทำการเปรียบเทียบผ่านระบบคลาวด์ เพื่อดู จอประสาทตาของคนไข้ที่มีความเสี่ยงหรือไม่ ซึ่งทำให้ทราบผลได้รวดเร็วว่าคนไข้ต้องรีบพบแพทย์หรือไม่ เพื่อลดโอกาสที่คนไข้จะสูญเสียการมองเห็น โดยขนาดนี้ได้เริ่มโครงการวิจัยเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลใน จ.ปทุมธานี และ เชียงใหม่”
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 20