อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562

เอ็นไอเอหนุนนวัตกรรมเพื่อสังคมเปิดรับผลงานเพิ่มใน3พื้นที่

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติหนุนใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมลดปัญหาความยากจน  เดินหน้าหมู่บ้านนวัตกรรมเพื่อสังคม ระยะที่2 เปิดรับผลงานนวัตกรรมเพิ่มอีก  3 ชุมชน พุธที่ 22 พฤษภาคม 2562 เวลา 12.10 น.

 ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์   ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือเอ็นไอเอ( NIA)  เปิดเผยว่า สถานการณ์ความยากจนและความเหลื่อมล้ำในประเทศไทย ถือเป็นปัญหาที่สำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข เนื่องจากเป็นจุดเปราะบางและเป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศ ทั้งโอกาสในการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของประชากร การกระจายรายได้ การพัฒนาความสามารถกำลังคนให้สอดคล้องกับสังคมและเศรษฐกิจ ทั้งยังเป็นต้นตอสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยไม่สามารถหลุดพ้นจากประเทศที่มีรายได้ปานกลาง และยกระดับสถานะไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูงได้ในระยะเวลาที่ควรจะเป็น

ทั้งนี้ในช่วงตลอดระยะเวลากว่า 4 ปีที่ผ่านมา NIA มีความมุ่งมั่นในการลดปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำในประเทศไทยด้วยการส่งเสริมให้มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้าไปใช้ในระดับพื้นที่ โดยมีกลไกการสนับสนุนนวัตกรรมเพื่อสังคม (Social Innovation) เป็นตัวเชื่อมโยงนักวิจัย อาจารย์ ผู้ประกอบการ วิสาหกิจเพื่อสังคม ให้เกิดการนำต้นแบบความคิด ผลงานวิจัย และไอเดียต่าง ๆ มาพัฒนาเป็นเครื่องมือหรือแพลตฟอร์มที่สอดคล้องกับปัญหาทางสังคมหลากหลายด้าน เช่น การจัดการภัยพิบัติ การท่องเที่ยวและวัฒนธรรม  การจัดการพลังงาน การจ้างงานและสวัสดิการสังคม ฯลฯ  ซึ่งได้ร่วมกับผู้ประกอบการและองค์กรต่างๆ พัฒนาโครงการไปแล้วทั้งสิ้น 115 โครงการ ภายใต้การให้ทุนสนับสนุน 116 ล้านบาท ก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจและการลงทุนเพิ่มขึ้น 759 ล้านบาท ตัวอย่างโครงการ อาทิ TrainKru : การฝึกอบรมและพัฒนาครูด้วยแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมทางการศึกษา และการเข้าถึงเทคโนโลยีการสอนสำหรับผู้ที่อยู่ห่างไกล Pannana : โปรแกรมช่วยแปลภาษาและการอธิบายภาพสำหรับผู้พิการทางการมองเห็น บั๊ดดี้ โฮมแคร์ : ระบบดูแลผู้สูงอายุ โดยเด็กด้อยโอกาส เป็นต้น

สำหรับในปี 2562 NIA  ได้ริเริ่มโครงการ “หมู่บ้านนวัตกรรมเพื่อสังคม : Social Innovation Village” เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ - ความยากจนในระดับที่เล็กลง รวมถึงสร้างแพลตฟอร์มที่ตรงกับความต้องการของคนในแต่ละชุมชน  โดยในระยะที่ 1 ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว 3 ชุมชนได้แก่ ชุมชนเมืองจัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ชุมชนอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก และชุมชนหนองมะโมง อำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท  

ส่วนในระยะที่ 2 กำลังเปิดรับผลงานนวัตกรรมอีก 3 พื้นที่ คือ  ชุมชนจะรัง อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ในหัวข้อนวัตกรรมการตลาดสำหรับสินค้าชุมชน นวัตกรรมการเงิน การจ้างงาน และสวัสดิการสังคม นวัตกรรมด้านเกษตรอินทรีย์ และนวัตกรรมพลังงานทดแทน  ชุมชนเฉลิม อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ในหัวข้อ นวัตกรรมการตลาดสำหรับสินค้าชุมชน นวัตกรรมการเงิน การจ้างงาน และสวัสดิการสังคม นวัตกรรมการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร และนวัตกรรมพลังงานทดแทน  และชุมชนแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน  ในหัวข้อ นวัตกรรมแปรรูปกาแฟ นวัตกรรมการบริหารจัดการน้ำ นวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะ และนวัตกรรมการท่องเที่ยวชุมชนและวัฒนธรรม

เปิดรับข้อเสนอนวัตกรรมตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 โดยผลงานนวัตกรรมที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับทุนสนับสนุนสูงสุดโครงการละไม่เกิน 1.5 ล้านบาท พร้อมขึ้นทะเบียนเป็นผลงานนวัตกรรมแก้จน และจะนำไปใช้จริงในพื้นที่เป้าหมายต่อไป                
 
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%