อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม 2562

ก.ดีอีเอส ชูบทบาทสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 

กระทรวงดีอีเอส ชูบทบาทของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รับข้อกำหนดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เชิญกลุ่มเป้าหมาย 1,000 คน จากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน ผู้ปฏิบัติงานด้านการจัดการดูแลข้อมูลของหน่วยงาน ผู้แทนกลุ่ม สมาคม มูลนิธิ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น  พฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม 2562 เวลา 14.18 น.

วันนี้ (10 ต.ค.) ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า จากที่กระทรวงฯ ได้จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (ในวาระเริ่มแรก) ตามข้อกำหนดที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562  ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 27 พ.ค.2562 

ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้จัดให้มีการสัมมนาแนะนำกฎหมายและสำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล “PDPA –Privacy for All” ภายใต้แนวคิด “คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ดูแลทุกภาคส่วน ก้าวสู่เศรษฐกิจและสังคมที่มั่นคง ทันสมัย ทั่วถึงและเท่าทัน” เพื่อเป็นการแนะนำกฎหมายและแผนการดำเนินงาน สร้างความตระหนักรู้ให้กับทุกภาคส่วนถึงบทบาทและหน้าที่ของสำนักงานฯ และที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นสำหรับหลากหลายภาคส่วนในการยกระดับองค์กร ให้สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาข้อมูลในด้านต่างๆ ของหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยมีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย ผู้บริหารหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ผู้ปฏิบัติงานด้านการจัดการดูแลข้อมูลของหน่วยงาน และผู้แทนกลุ่ม/สมาคม/มูลนิธิ ตลอดจนสื่อมวลชน จำนวนไม่น้อยกว่า 1,000 คน เข้าร่วมการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น 



“ปัจจุบันมีการล่วงละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นจำนวนมาก จนสร้างความเดือดร้อนรำคาญหรือความเสียหายให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ประกอบกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทำให้การเก็บรวบรวม การใช้และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล อันเป็นการล่วงละเมิดดังกล่าว สามารถกระทำได้โดยง่าย สะดวก และรวดเร็ว รวมทั้งก่อให้เกิด ความเสียหายต่อเศรษฐกิจโดยรวม ตัวอย่าง การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศไทยที่เกิดขึ้นบ่อย และพึงระวังไว้ จะเป็นเรื่องการขาย โอนข้อมูลส่วนบุคคลโดยที่เจ้าของข้อมูลเองไม่ได้ให้ความยินยอม และเรื่องข้อมูลรั่วจากบริษัทป้องกันที่ไม่ดีพอ เช่น ไฟล์บัตรประชาชน ใบขับขี่ ถูกแฮ็ก หรือถูกเรียกค่าไถ่ ตลอดจนข้อมูลรั่วจากการโพสต์ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลการเดินทางลงบนสื่อโซเชียล เป็นต้น”

ทั้งนี้ สิ่งที่คนไทยจะได้รับจากกฎหมายฉบับนี้ จะตอบโจทย์ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ช่วยปลดล็อกให้ธุรกิจและหน่วยงานรัฐสามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้ภายใต้มาตรฐานสากล คือ 1. ป้องกันการล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคลอันจะเกิดจากการล่วงละเมิด สร้างความเดือดร้อนรำคาญหรือสร้างความเสียหายใดๆ ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทำให้การเก็บรวบรวมข้อมูล การใช้ การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งกระทำได้โดยง่าย สะดวก รวดเร็วในการก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวบุคคล ตลอดจนต่อเศรษฐกิจโดยรวม และ 2. ช่วยแก้ปัญหาการไม่สามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเท่าที่ควรเพราะติดกับข้อติดขัดที่ไม่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทำให้ที่ผ่านมามีอุปสรรคอย่างมากในการนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ กฎหมายฉบับนี้จึงเป็นการสร้างกลไกและมาตรฐานการกำกับดูแลในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 33