อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562

สถาบันไอเอ็มซีเผย 8 เทรนด์ดิจิทัลไทยปีหน้า

สถาบันไอเอ็มซีชี้เทรนด์ดิจิทัลไทยปีหน้า  พบดิสรัปต์ที่เกิดจากเอไอในทุกด้าน  พร้อมเผยผลสำรวจการใช้เอไอในไทย องค์กรตื่นตัวมากขึ้นแต่ส่วนใหญ่ยังมีความรู้ความเข้าใจในระดับเริ่มต้น จันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2562 เวลา 19.26 น.

 วันนี้(18 พ.ย.62)ที่โรงแรมเรดิสันบลูพลาซ่า กรุงเทพ สถาบันไอเอ็มซี  (IMC Institute)  ร่วมกับบริษัท OPTIMUS  Thailand  จัดแถลงข่าว “Digital Trends 2020:The 7 Elements of  Digital Transformation”

 รศ.ดร.ธนชาติ  นุ่มนนท์  ผู้อำนวยการ สถาบันไอเอ็มซี  เปิดเผยว่า   จากแนวโน้มหรือเทรนด์เทคโนโลยีของโลกในปี 2020 หรือปี 2563  การ์ทเนอร์คาดการณ์ไว้ในสองส่วนหลัก  คือ People Centric   และ Smart Spaces  ซึ่งตนมองว่าในช่วง4-5 ปีที่ผ่านมาเทรนด์ของเทคโนโลยีไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก  ยังเน้นที่เทคโนโลยีหลัก ๆ เหมือนเดิม   และในส่วนของเมืองไทยเองก็เช่นกัน   ตนมองว่าแนวโน้มดิจิทัลของไทยในปีหน้านั้นจะมีอยู่ 8 ด้าน คือ 1.Digital Transformation   ซึ่งองค์กรต่าง ๆ ในไทยเริ่มตระหนักถึงการปรับตัว และมีการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามา  ซึ่งปีหน้าจะเห็นการพูดคุยถึงเรื่องนี้อย่างจริงจังมากขึ้น    2. Big Data    ซึ่งไม่ใช้เรื่องใหม่  แต่จะมีการดำเนินงานที่จริงจังขึ้นคือทุกคนจะทำเรื่องของ Big Data     ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ หรือ เอกชน  3.   AI   ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์ของโลก คือองค์กรต่าง ๆ ให้ความสำคัญและมองเห็นการเปลี่ยนแปลงในภาคอุตสาหกรรม  และ 4 .  5G   ซึ่งปีหน้าจะมีการประมูลคลื่นความถี่ และเริ่มมีการทดลองใช้อย่างจริงจังมากขึ้น

5.   คือ  Blockchain  ที่มีมาระยะหนึ่งแล้ว  แต่ไปผูกติดอยู่กับพวกเงินบิทคอยท์ แต่ปีหน้าจะเห็นการนำไปใช้งานอย่างจริงจังมากกว่าเรื่องของเงินดิจิทัล  6.NDID  หรือโปรเจกซ์ของรัฐที่เป็นแพลตฟอร์มกลางในการใช้ยืนยันตัวตน หรือ National Digital ID  กำลังจะเกิดขึ้น และเป็นเรื่องที่น่าสนใจที่ทุกภาคส่วนจะรอคอยว่าจะมาเปลี่ยนการระบุตัวตน   7.IT  Security และ Data Privacy  ซึ่งอดีตเราอาจไม่ใส่ใจเรื่องพวกนี้มาก แต่ตอนนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเป็นเรื่องของเสถียรภาพของระบบ เป็นเรื่องของความปลอดภัยของข้อมูล และปีหน้าจะมี พ.ร.บ. ที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ พ.ค.ปีหน้า  และสุดท้าย 8.  คือ  FinTech  และ Mobile Payment  ที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลายมากขึ้น

“นี่คือสิ่งที่ผมมองเห็น ว่าคือเทรนด์ในเมืองไทย 8 ด้านที่น่าจะมีผลกระทบอย่างมากในปีหน้า  แม้บางเทคโนโลยีจะไม่ใช่เรื่องใหม่ที่แตกต่างจากเดิมมาก แต่สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจ คือไม่ว่าจะไปจับเรื่องไหน ในเทรนด์ของโลก หรือเทรนด์ของเมืองไทย แนวโน้มที่เห็นชัดเจนคือการ  Disrupted  ที่เกิดจาก AI  ซึ่งแฝงอยู่ในทุก ๆ ด้าน”

สำหรับกระแส AI กำลังเริ่มเข้ามามีบทบาทในองค์กรอย่างจริงจังมากขึ้นในปี 2562 ซึ่งเห็นได้ชัดจากผลการสำรวจของการ์ทเนอร์ เรื่อง CIO Survey 2019  จากผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 2,791 คนเมื่อเดือนมกราคม 2562  พบว่ามีการนำ AI มาใช้ในองค์กรเพิ่มขึ้นจากปี 2561 อย่างมาก จากเดิมที่ 72 % ของกลุ่มตัวอย่างระบุว่าไม่มีการใช้งาน AI และมีการประยุกต์ใช้งานเพียงเล็กน้อย แถมส่วนใหญ่ใช้งานด้านการป้องกันภัยล่อลวง แต่ในปี2562  กลุ่มตัวอย่างตอบว่าเริ่มนำ AI มาใช้ใน Chatbot และการยกระดับกระบวนการทำงานในองค์กรอย่างละ 26%



 รศ.ดร.ธนชาติ   กล่าวว่า  เพื่อให้ทราบว่าประเทศไทยมีความพร้อมด้านเทคโนโลยี AI  มากแค่ไหน  สถาบันไอเอ็มซี  ได้สำรวจบุคลากรขององค์กรไทยในช่วงเดือนก.ย.- ต.ค. 2562   จากกลุ่มตัวอย่าง  113  องค์กร ซึ่งมีทั้งด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และโรงงานอุตสาหกรรม   ผลการสำรวจสรุปได้ว่าธุรกิจไทยเริ่มนำ AI เข้ามาใช้งานในหลายด้าน ทั้งการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ เช่น วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า การแนะนำสินค้าให้ลูกค้าแบบเฉพาะเจาะจง การตรวจสอบการฉ้อโกงทางการเงิน การให้คำแนะนำการลงทุนในสถาบันการเงินผ่านระบบอัตโนมัติ และการวิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์  นอกจากนี้ยังมีการใช้ AI เพื่อป้อนข้อมูลจำนวนมากแบบอัตโนมัติ การใช้งานประมวลผลภาษา เช่น การแปลภาษา หรือการทำ Chatbot  รวมถึงเทคโนโลยีจดจำใบหน้า
การสำรวจยังพบว่า Google Cloud เป็นระบบคลาวด์ที่จะถูกนำมาใช้งานมากที่สุดเมื่อองค์กรต้องการลงทุนด้าน AI (64.29%) รองลงมาเป็น คลาวด์มาตรฐานเปิด หรือ open source (48.21%) และ Microsoft Azure (41.07%) ขณะที่ Amazon Web Services ครองอันดับ 4 (38.39%)

นอกจากนี้พบว่าองค์กรไทยเกือบครึ่งหนึ่ง (49.11%)  มีความรู้ความเข้าใจ AI ในระดับเริ่มต้น ขณะที่ 30.36 % มีความรู้ความเข้าใจ AI ในระดับพอใช้  ซึ่งถือว่า 2 กลุ่มนี้มีสัดส่วนสูงมากเมื่อเทียบกับองค์กรที่มีความรู้ความเข้าใจ AI ในชั้นดีซึ่งมีเพียง 11.60 %  และองค์กรที่ยังไม่มีความรู้ความเข้าใจใน AI มีสัดส่วนประมาณ 8.93  %

ทั้งนี้   74.11% ของกลุ่มตัวอย่างในไทยยอมรับว่า AI จะมีผลกระทบทำให้อุตสาหกรรมในธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก โดยมีเพียง 16.07 % เท่านั้นที่คิดว่ามีผลเพียงเล็กน้อย ส่วนที่เหลือตอบว่าไม่แน่ใจหรือคิดว่าไม่น่าจะเปลี่ยนแปลง
ด้านแนวโน้มการดำเนินการด้าน AI ขององค์กรไทยส่วนใหญ่เป็นการจ้างบุคคลภายนอก (outsource) ราว 40.18 % รองลงมาเป็นการดำเนินการเองในบริษัท (in house) 32.14% และ 17.86% ของกลุ่มตัวอย่างใช้วิธีจัดหาซอฟต์แวร์สำเร็จรูป
และเมื่อถามว่ามีการนำ AI มาใช้ในองค์กรหรือยัง กลับพบว่ามีองค์กรเพียง 10.70 % เท่านั้นที่ใช้งาน AI แล้ว ขณะที่อีก 25.9% ระบุว่ากำลังอยู่ในแผนดำเนินการ และ 39.29% กำลังดำเนินการศึกษา ซึ่งหากมีการนำ AI ไปประยุกต์ใช้ในองค์กร ราว 60.71% เลือกทำ Chatbot  ตามมาด้วยระบบอัตโนมัติ  RPA 49.11%  รองลงมาเป็นระบบแบ่งกลุ่มลูกค้า ระบบจดจำใบหน้า ระบบป้องกันการล่อลวง ระบบบริหารทรัพยากรบุคคล และระบบอื่นๆ

ในภาพรวมของการสำรวจชี้ว่าผู้บริหารระดับสูงในองค์กรไทย 50 % เห็นความสำคัญของการนำ AI มาประยุกต์ใช้เป็นพิเศษ  ขณะที่ 35.1% ตอบว่าสำคัญปานกลาง และ 14.29% ยังไม่ให้ความสำคัญและยังไม่มีการกล่าวถึง AI ในองค์กร
ในมุมของผู้บริโภค แนวโน้มที่ผู้ใช้ชาวไทยในปีหน้าจะได้พบ คือผู้บริโภคจะทำธุรกรรมการเงินและการช้อปปิ้งค้าปลีกแบบออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทาง ผู้บริโภคจะเข้าถึงได้มากขึ้น ท่ามกลางราคาเทคโนโลยีที่จะถูกลง แต่ความท้าทายคือผู้ใช้จะต้องใช้เทคโนโลยีให้เป็น

สำหรับแนวโน้มดิจิทัลเหล่านี้ถูกนำมาเจาะลึกในงานสัมมนาประจำปีที่สถาบันไอเอ็มซีจัดขึ้นเป็นปีที่ 7 ในหัวข้อ “Digital Trends 2020 : The 7 Elements of Digital Transformation”  ไขเคล็ดลับการทำ Digital Transformation ให้ประสบความสำเร็จ   ระหว่างวันที่ 17 - 18 ธันวาคม 2562 เวลา 09.00 – 17.00 น. ที่ โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด ถนนรัชดาภิเษก   ดูรายละเอียด ได้ที่ www.imcinstitute.com/Digital_Trends2020  
 
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 34