อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 24 มกราคม 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 24 มกราคม 2563

"บิ๊กป้อม" หนุนบอร์ดดีอี ชูดิจิทัลไทยสู่มาตรฐานสากล

"บิ๊กป้อม" นั่งหัวโต๊ะประชุมบอร์ดดีอี ชูดิจิทัลไทยสู่มาตรฐานสากล พร้อมกำชับทุกหน่วยงานร่วมบูรณาการการทำงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการจัดระเบียบสายสื่อสารของประเทศ  พฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน 2562 เวลา 15.29 น.

วันนี้ (28 พ.ย.) พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ดดีอี)ว่า ทุกหน่วยงานต้องร่วมกันบูรณาการการทำงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการจัดระเบียบสายสื่อสารของประเทศ ขอให้มีแผนการดำเนินงานทั้งในระยะสั้น และระยะยาว โดยบูรณาการร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อทั้ง ด้านเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง สิ่งแวดล้อม ประชาชนผู้ใช้บริการ และเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยไม่ขัดต่อการแข่งขันในเชิงธุรกิจ และขอฝาก กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ช่วยกำหนดทิศทาง และผลักดันการพัฒนาด้านดิจิทัลของประเทศ ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ต่อไป อยากฝากฝ่ายเลขานุการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเร่งรัดจัดประชุมหารือในเรื่องต่าง ๆ อาทิ การจัดทำนโยบายและแผนเฉพาะด้าน เพื่อให้เกิดความคืบหน้าของงานมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ ได้มีการทบทวนมติบอร์ดดีอี ในคราวประชุมเมื่อวันที่ 20 พ.ย.2561 ในเรื่อง แนวทางการดำเนินการนำสายสื่อสารลงใต้ดินตามนโยบายของรัฐบาล (กรุงเทพฯ) และได้มีมติเห็นชอบตามมติคราวที่แล้ว และมอบหมายให้กรุงเทพฯ ปฏิบัติตามมติโดยคำนึงถึงกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง อย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งได้เร่งรัดดำเนินงานการจัดระเบียบสายสื่อสารของประเทศ ต้องมีแผนการดำเนินงานทั้งในระยะสั้น และระยะยาว บูรณาการร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง สิ่งแวดล้อม ตลอดจนประชาชนผู้ใช้บริการ มุ่งหมายเพื่อประโยชน์สาธารณะ และต้องไม่ขัดต่อการแข่งขันในเชิงธุรกิจ และจากรายงานผลการจัดอันดับดัชนีและตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องซึ่งครอบคลุมถึงดัชนีในระดับสากล ซึ่งเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้นทุกมิติจากปีก่อนหน้า โดยเฉพาะความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศ 
    
โดยจากรายงานประจำปี 2561 ซึ่งจัดทำโดย IMD ระบุว่า บระเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 39 ขยับขึ้น 2 อันดับ ส่วนสถานการณ์พัฒนาในมิติโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ตัวชี้วัดด้านโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี โดย IMD อยู่ในอันดับที่ 23 ขยับขึ้น 7 อันดับ ดัชนีชี้วัดในอันดับที่สูงขึ้นจากรายงานของ IMD สะท้อนความสำเร็จในการทำงานของกระทรวงดิจิทัลฯ ซึ่งดำเนินโครงการเน็ตประชารัฐ ครอบคลุมจำนวนหมู่บ้านให้สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพิ่มเป็น 74,987 หมู่บ้าน อีกทั้งมีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ได้ดี และส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศของประชาชนไทย การพัฒนาด้านรัฐบาลดิจิทัล การพัฒนากำลังคนดิจิทัล และความเชื่อมั่นด้านดิจิทัล ในการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ก็มีทิศทางการพัฒนาที่ดีขึ้นจากผลการจัดอันดับของตัวชี้วัดสากลต่างๆ
    
สำหรับการประชุมครั้งนี้ ได้มีการรายงานผลการดำเนินงานของการศึกษาวิจัย Thailand Digital Outlook แนวปฏิบัติและกรอบความร่วมมือในการปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากสื่อดิจิทัลในกลุ่มประเทศอาเซียน มีข้อเสนอแนะด้านนโยบาย แนวทาง และมาตรการขับเคลื่อนการพัฒนาการเข้าใจดิจิทัลของประเทศไทย (Digital Literacy) พิจารณา (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาสังคมดิจิทัล ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2563 - 2565) จัดทำโดยคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปี 2562 มีมติให้ทบทวนแผนงาน/โครงการ ภายใต้ (ร่าง) แผนปฏิบัติการดังกล่าว ให้มีความครบถ้วนและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น กำหนดให้ (ร่าง) แผนปฏิบัติการฯ ให้แล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2562
    
นอกจากนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ ยังได้จัดทำแนวทางการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อน 5G ซึ่งบอร์ดดีอีชุดที่ผ่านมาเห็นชอบเบื้องต้นแล้ว มีแนวทางดำเนินงานสำหรับประเทศไทย แบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ (1) ระยะเตรียมการ จัดทำแผนการจัดสรรคลื่นความถี่ การกำกับดูแล การกำหนดมาตรฐาน และแนวทางบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน (2) ระยะเปลี่ยนผ่าน 4G สู่ 5G ดำเนินการจัดสรรคลื่นฯ การทดสอบการวางโครงสร้างพื้นฐานให้ครอบคลุมและมีเสถียรภาพ การส่งเสริมการนำไปใช้ในอุตสาหกรรม วางมาตรการกำกับดูแลและคุ้มครองผู้บริโภคและเตรียมด้าน Cyber Security และ (3) ระยะเปิดให้บริการโครงข่ายเชิงพาณิชย์ กำหนดนโยบายการจัดสรรและขยายคลื่นความถี่ให้สามารถใช้กับ 5G 
    ทั้งนี้ ยังได้มีการรายงานความสำเร็จของกระทรวงดิจิทัลฯ ในการจัดงาน Digital Thailand Big Bang 2019 ระหว่างวันที่ 28 - 31 ตุลาคม 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค โดยจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ASEAN Connectivity” ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก ในการสร้างภาพลักษณ์ของการพัฒนาด้านดิจิทัลของประเทศไทยสู่เวทีโลก และก่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลต่อไป ยอดผู้เข้าชมงานตลอด 4 วัน ประมาณ 5 แสนคน ถือว่าเป็นปีที่เกิดแรงผลักดัน สนับสนุน ดิจิทัลสตาร์ทอัพและอุตสาหกรรมเกษตร ภาคธุรกิจดิจิทัลในการพัฒนาประเทศอีกด้วย

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 46