อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563

ชีวยานยนต์!

"รถอาวาตาร์ " เปิดตัวในงานแสดงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภคหรือ CES (Consumer Electronics Show) 2020 ที่จัดขึ้น ณ เมืองลาสเวกัส ที่เพิ่งผ่านไปเมื่อต้นเดือนมกราคมนี้ อาทิตย์ที่ 26 มกราคม 2563 เวลา 10.30 น.


“ธรรมชาติ” เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นแรงบันดาลใจในงานออกแบบผลิตภัณฑ์มาอย่างต่อเนื่องนับแต่อดีตถึงปัจจุบัน และยังจะต่อไปในอนาคต แต่น้อยสิ่งนักที่จะ “เล่นใหญ่” เหมือนกับค่าย“เมอร์เซเดส-เบนซ์”(Mercedes- Benz) กับรถแนวคิดที่มีชื่อว่า “AVTR” หรือออกเสียงว่า “อาวาตาร์” ที่เปิดตัวในงานแสดงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภคหรือ CES (Consumer Electronics Show) 2020 ที่จัดขึ้น ณ เมืองลาสเวกัส ที่เพิ่งผ่านไปเมื่อต้นเดือนมกราคมนี้



รถอาวาตาร์ นี้ใช้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์ไซไฟแฟนตาซี ระดับหมื่นล้านชื่อเดียวกัน นั่นก็คือ อาวาตาร์ (Avatar) ที่สร้างขึ้นโดย เจมส์ คาเมรอน (James Cameron) ผู้กำกับชื่อดัง ที่ว่าถึงดาวแพนดอร่า (Pandora) ที่ซึ่งสิ่งมีชีวิตในโลกนั้นต่างสามารถเชื่อมต่อระบบประสาท และความรู้สึกนึกคิดที่เข้าถึงกันได้ เป็นระบบนิเวศที่แสนอัศจรรย์



รถแนวคิดนี้ก็เช่นกันสร้างต่อยอดขึ้นมาจากรถแนวคิด “วิชั่น อีคิวเอส” (Vision EQS) รถหรูพลังไฟฟ้าที่เปิดตัวในช่วงเดือนกันยายนของปีที่แล้ว โดยมีรูปทรงหลักเป็นรถที่มีหัวและท้ายสั้น แต่มีห้องโดยสาร และบานประตูที่ยาว  ที่ทางเบนซ์เรียกว่า ทรงคันธนู (One Bow)



รถแนวคิดอาวาตาร์ นอกจากมีรูปทรงและสีสันสไตล์นิยายวิทยาศาสตร์แล้ว ยังมีการนำเสนอแนวคิดแปลก ๆ หลายประการ อาทิ “เกล็ด” ที่อยู่ด้านท้ายรถจำนวน 33 เกล็ด ซึ่งเกล็ดเหล่านี้สามารถเปิดปิดได้ในอากัปกิริยาที่แตกต่างหลากหลายเพื่อสื่อสารและแสดงออกถึงสถานะของรถได้ คล้ายคลึงกับสิ่งมีชีวิตบางจำพวก ไปจนถึง “ล้อ” ที่ขับเคลื่อนได้อย่างอิสระในแต่ละล้อ ล้อหน้าและหลัง สามารถหมุนสวนทางกันได้ทำให้รถแนวคิดคันนี้สามารถเคลื่อนที่ “ทางข้าง” แบบเฉียง ๆ คล้ายการเคลื่อนที่ของ “ปู” ได้



แต่สิ่งที่ดูเป็นไปได้ต่อการพัฒนาไปใช้งานจริงก็เห็นจะเป็นเรื่องการใช้ระบบตรวจจับ “ข้อมูลชีวมิติ” หรือไบโอเมทริค ดาต้า (Biometric data) ซึ่งในรถคันนี้จะเห็นได้ว่าไม่มีพวงมาลัย แต่จะอาศัยมือของเราแตะไปที่คอนโซลกลาง ที่ซึ่งเจ้าอาวาตาร์จะอ่านข้อมูลชีวมิติของผู้ขับ ทั้งด้านการเต้นของหัวใจและจังหวะการหายใจ และเมื่อเรายกมือของเราขึ้นจอฉายอัจฉริยะในรถก็จะฉายภาพมายังฝ่ามือของเรา เพื่อที่เราจะได้สั่งงานผ่านทางภาพที่ตกกระทบบนฝ่ามือของเรา และพร้อมที่จะวิ่งไปยังจุดหมายโดยอัตโนมัติ (Autonomous) ที่เป็นสิ่งที่ผู้เขียนคิดว่าเป็นหนึ่งในสิ่งที่จะถูกพัฒนาขึ้นมาใช้จริงในที่สุด แม้ว่าอาจจะไม่เฟี้ยวฟ้าวเช่นนี้ แต่สักวันหนึ่งเราจะไม่ต้องพกกุญแจเพื่อใช้ในการขับรถยนต์อีกต่อไป



อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่สำคัญมากในรถคันนี้ก็คือ เทคโนโลยีแบตเตอรี่ ที่สามารถรีไซเคิลได้ ที่เรียกว่า “แบตเตอรี่ชีวเคมีที่มีพื้นฐานมาจากกราฟีน” (Graphene Based Organic Cell Chemistry Battery) ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะปราศจากการใช้แร่ธาตุที่หายาก จำพวกนิเกิล และโคบอลต์ อันเป็นธาตุที่เรียกว่าแรร์เอิร์ท(Rare Earth) ดังนั้นแบตเตอรี่ชนิดใหม่นี้จึงสามารถย่อยสลายและทำลายได้โดยไม่มีผล
กระทบรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อม



เรียกได้ว่าในความหวือหวาของแนวคิดเชิงนิยายวิทยาศาสตร์ ก็มีวิจัยดี ๆ ซ่อนอยู่ และถ้าตัดทอนรูปทรงเฟี้ยวฟ้าวพวกนั้นออกไป เราก็จะเห็นเค้าลางของรถยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคตจากค่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ ซ่อนตัวอยู่ในรถคันนี้ได้อย่างแน่นอน.

-------------------------------------
ภัทรกิติ์ โกมลกิติ.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 65