อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 8 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 8 เมษายน 2563

แนะรัฐเร่งคุมปล่อยน้ำให้เหมาะสม แก้วิกฤติภัยแล้ง

วช.จับมือจุฬา ระดมสมองแก้ปัญหาวิกฤติภัยแล้งปีนี้  ชี้ผลจากสภาพอากาศแปรปรวนและการปล่อยน้ำเกินกว่าสภาพที่เกิดขึ้นจริงในปีที่ผ่านมา ทำให้น้ำน้อยกว่าปกติ 20% เกิดพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง1ล้านไร่ พฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 19.45 น.


เมื่อวันที่  13 ก.พ.ที่โรงแรมแมนดาริน สามย่าน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ( วช.) ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดสัมมนาวิชาการ “ภาวะแล้ง 2020 และ แนวทาง มาตรการ บริหารจัดการเพื่อป้องกันในอนาคต”เพื่อระดมความคิดเห็น ในการร่วมแก้ไขปัญหาภัยแล้งในปีนี้  ที่มีแนวโน้มสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นวงกว้าง



ศาสตราจารย์นายแพทย์สิริฤกษ์  ทรงศิวิไล  ผู้อำนวยการวช. กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นการรวมตัวของนักวิจัยด้านน้ำระดับประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำของประเทศ มากกว่า 200 คนมารวมกันเพื่อสร้างความร่วมมือกันบริหารจัดการน้ำ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญเรื่องหนึ่งของประเทศ ที่ประเทศต้องเผชิญกันอยู่ทุกปี  โดยที่ประชุมพร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การดำเนินงานวิจัย และส่งต่อข้อมูลการวิจัยสู่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงฝ่ายบริหารของประเทศ พร้อมผลักดันการวิจัยสู่การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ในการประชุมดังกล่าวได้มีนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ  ประธานคณะอนุกรรมาธิการการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างด้านทรัพยากรน้ำและที่ดิน   วุฒิสภา  เข้าร่วม รับฟังปัญหาเพื่อจัดทำเป็นข้อเสนอและแนวทางแก้ไขต่อภาวะแล้งที่เกิดขึ้น รวมถึงดำเนินการและส่งผ่านคณะกรรมาธิการการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อเสนอวุฒิสภาต่อไป




ด้านรศ.ดร สุจริต คูณธนกุลวงศ์ จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  เปิดเผยถึงสาเหตุสถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้ว่า  มาจากฝนที่ลดลงต่อเนี่องในช่วงสามปีที่ผ่านมา เนื่องจากการแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศทั่วโลกประกอบกับแผนงานปล่อยน้ำและการปล่อยน้ำจริงในปี2562 ที่ผ่านมา ยังอิงกับสภาพอากาศในอดีตทำให้มีช่องว่างในการกำหนดการปล่อยน้ำที่ไม่สอดคล้องกับฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงไป  ทำให้ปัจจุบันไทยมีน้ำน้อยลงกว่าปีปกติ ประมาณ 20 %หรือเหลือเพียง 4,000-5,000 ล้านลูกบาศก์เมตร  ทำให้ต้องเลือกใช้น้ำอย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ถ้าเลือกใช้น้ำสำหรับอุปโภคบริโภคโดยเฉพาะภาคกลาง  จะทำให้เหลือน้ำสำหรับภาคการเกษตรเพียง500ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น ซึ่งน้อยมาก และอาจทำให้เกิดพื้นที่เกษตรที่เสี่ยงประสบภัยแล้งประมาณ1ล้านไร่

สำหรับมาตรการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน รศ.ดร สุจริต กล่าวว่า  ภาครัฐ ควรมีการควบคุมการปล่อยน้ำให้เหมาะสมมากขึ้นทั้งในปีนี้และปีหน้า  และมีมาตรการลดการใช้น้ำอย่างเป็นระบบ เช่น การมีรอบเวร หรี่น้ำหรือลดความดันน้ำ ขณะที่ภาคการเกษตรที่อยู่ในพื้นที่จัดสรรน้ำได้  ควรมีวินัยและใช้น้ำอย่างประหยัด หากอยู่นอกพื้นที่ควรมีแหล่งน้ำสำรอง จากแหล่งน้ำขนาดเล็กหรือบ่อบาดาลเป็นหลักและควรมีอาชีพอื่นรองรับหากทำการเกษตรไม่ได้  รวมถึงมีการจัดการระบบข้อมูลเชื่อมโยงจากส่วนกลางสู่พื้นที่มากขึ้น  เพื่อสร้างความเข้าใจและรับรู้สถานการณ์จริง ซึ่งจะได้มีการเตรียมความพร้อมในการรับมือที่เหมาะสมกับละพื้นที่ด้วย

"อย่างไรก็ดีในด้านการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำที่เป็นหนึ่งในโครงการท้าทายไทย  จะเร่งพัฒนาระบบการคาดการณ์สภาพอากาศ  ให้มีความแม่นยำมากขึ้นและสามารถคาดการณ์ได้เป็นระยะเวลาที่นานขึ้นเพื่อให้รองรับกับสภาพอากาศแปรปรวนที่ต่อไปจะมีมากขึ้น รวมถึงมีการนำองค์ความรู้ในการบริหารจัดการน้ำของชุมชนที่ประสบความสำเร็จมาเป็นต้นแบบ และขยายผลไปสู่ชุมชนอื่น ๆให้มากขึ้น” รศ.ดร สุจริต 


         

รศ.ดร.บัญชา ขวัญยืน จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ กำแพงแสน ม.เกษตรศาสตร์ กล่าวว่า  สำหรับการบริหารจัดการน้ำในระยะยาว เนื่องจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศที่มีอยู่ประกอบกับความต้องการน้ำที่มากขึ้น ตามการเติบโตของเศรษฐกิจ วิกฤติการณ์ด้านน้ำยังคงมีความเสี่ยงอยู่อย่างต่อเนื่อง จำเป็นต้องปรับโครงสร้างการใช้น้ำในแต่ละพื้นที่ให้มีความสมดุล

เพื่อสร้างความมั่นคงทางน้ำ และเพิ่มผลิตผลของการใช้น้ำไปด้วยกัน โดยใช้มาตรการด้านผู้ใช้ ไปพร้อม กับมาตราการจัดหา และมาตรการจัดการ เช่น กำหนดโควตาการใช้น้ำ ตามพื้นที่และปีน้ำ พร้อมตารางการลดน้ำตามภาวะน้ำในแต่ละรูปแบบ ซึ่งชุมชนจะมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ตกลงร่วมกัน ในส่วนภาครัฐ ควรจัดทำแผนการปรับโครงสร้างการใช้น้ำในอนาคต 10ปี แต่ละลุ่มน้ำ ลุ่มน้ำย่อย และพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้าใจ และมีกระบวนการมีส่วนร่วม ทั้งในระดับชาติ และในพื้นที่ด้วย

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 57