อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 เมษายน 2563

เผยรายชื่อ"โอเปอเรเตอร์" ชนะการประมูลคลื่นความถี่5G

"กสทช." ประกาศรายชื่อผู้ให้บริการเครือข่ายที่ชนะการประมูลคลื่นความถี่ 5G ทั้ง 3 คลื่น มูลค่ารวม 100,521 ล้านบาท เตรียมเรียกประชุมรับรองผลการประมูล 19 ก.พ.นี้ อาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 17.40 น.


จากกรณี สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดให้มีการประมูลคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคม ย่าน 700, 2600 เมกะเฮิรตซ์ และ 26 กิกะเฮิรตซ์ โดยมีผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) เข้าร่วมประมูลหลายบริษัท ภายหลังขายออกทั้งหมด 48 ใบอนุญาต จาก 49 ใบอนุญาต รัฐรับเงิน 100,193 ล้านบาท ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 16 ก.พ. สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยรายงานการประมูลโดยมีรายละเอียดทำนองว่า การประมูลคลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ มี 3 รายที่เข้าประมูล คือ เอไอเอส ทรู และ แคท มี 3 ใบอนุญาต ใบอนุญาตละ 5 เมกะเฮิรตซ์ ราคาเริ่มต้น 8,792 ล้านบาท เสนอราคารอบละ 440 ล้านบาท การเสนอราคาทั้งหมด 20 รอบ โดย แคทได้ 2 ใบอนุญาต ราคาสุดท้ายรวมเสนอช่วงคลื่น 34,306 ล้านบาท  และ เอไอเอส ได้ 1 ใบอนุญาต ราคาสุดท้าย  17,154 ล้านบาท

การชำระเงินแบ่งเป็น 10 งวด งวดละ 10% โดยผู้เข้าร่วมประมูลต้องวางหลักประกัน 2,637.6 ล้านบาท และหากไม่ชำระค่าประมูล ต้องจ่สยค่าปรับ 1,319 ล้านบาทต่อใบอนุญาต ส่วนการชำระเงินแบ่งเป็น 10 งวด งวดละ 10% โดยผู้เข้าร่วมประมูลต้องวางหลักประกัน 2,637.6 ล้านบาท และหากไม่ชำระค่าประมูล จะต้องชำระค่าปรับ 1,319 ล้านบาทต่อใบอนุญาต 

การประมูลคลื่น 2600 เมกะเฮิรตซ์ มี 3 รายที่เข้าประมูล คือ เอไอเอส ทรู และ แคท มีจำนวน 19 ใบอนุญาต ใบอนุญาตละ 10 เมกะเฮิรตซ์ ราคาเริ่มต้น 1,862 ล้านบาท เคาะราคาครั้งละ 93 ล้านบาท มีการเคาะเสนอราคาเพียง 2 รอบ ผู้ชนะคือ เอไอเอส ได้ 10 ใบอนุญาต ราคาสุดท้ายที่รวมเสนอช่วงคลื่นที่ 19,561 ล้านบาท และ ทรู 9 ใบอนุญาต ราคาสุดท้ายรวมเสนอช่วงคลื่นที่ 17,872 ล้านบาท

สำหรับการชำระเงินแบ่งเป็น 7 งวด งวดที่ 1 จำนวน 10% ของราคาที่ชนะการประมูล งวดที่ 2-7 (ปีที่5-10) งวดละ 15% ของราคาที่ชนะการประมูล โดยผู้เข้าร่วมประมูลต้องวางหลักประกัน 1,862 ล้านบาท และหากไม่ชำระค่าประมูล จะต้องชำระค่าปรับ 280 ล้านบาท ต่อใบอนุญาต โดยผู้ชนะการประมูลจะต้องขยายโครงข่ายให้ครอบคลุม 50% ในพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ภายใน 1 ปี และครอบคลุม 50% ของประชากรในสมาร์ท ซิตี้ ภายใน 4 ปี


การประมูลคลื่น 26 กิกะเฮิรตซ์ มีผู้เข้าร่วมประมูล 4 ราย คือ เอไอเอส ดีแทค ทรู และทีโอที มี 27 ใบอนุญาต ใบอนุญาตละ 100 เมกะเฮิรตซ์ ราคาเริ่มต้น  423 ล้านบาท เคาะราคาครั้งละ 22 ล้านบาท โดยเสนอราคาเพียงรอบเดียวที่ 445 ล้านบาทต่อใบอนุญาต ขายออกไป 26 ใบอนุญาต โดย เอไอเอส ได้ 12 ใบอนุญาต ราคาสุดท้ายที่เสนอเลือกช่วงคลื่นอยู่ที่ 5,345 ล้านบาท, ทรู ได้ 8 ใบอนุญาต ราคาสุดท้าย 3,576 ล้านบาท, ทีโอที ได้ 4 ใบอนุญาต ราคาสุดท้าย 1,795 ล้านบาท และ ดีแทค ได้ 2 ใบอนุญาต ราคาสุดท้าย 910 ล้านบาท สำหรับการชำระเงิน ให้ชำระงวดเดียวภายใน 1 ปี หลังจากการประมูล โดยผู้เข้าร่วมประมูลต้องวางหลักประกัน 507.6 ล้านบาท และหากไม่ชำระค่าประมูล จะต้องชำระค่าปรับ 64 ล้านบาทต่อใบอนุญาต

ทั้งนี้ เมื่อรวม 3 คลื่นความถี่ทำให้มีรายได้จากการประมูลเข้ารัฐ 100,521 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) รวม 48 ใบอนุญาต จากการเปิดประมูล 49 ใบอนุญาต สำหรับขั้นตอนต่อจากนี้ สำนักงานกสทช. จะประชุมร่วมกันเพื่อตรวจสอบและรับรองผลการประมูลวันที่ 19 ก.พ.2563 พร้อมชำระเงินงวดแรกทันที.




คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    89%
  • ไม่เห็นด้วย
    11%

บอกต่อ : 97