อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 8 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 8 เมษายน 2563

อว. ระดมสมองพัฒนา 500 หลักสูตรแห่งอนาคต

อว.  ระดมสมองมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ  พัฒนา 500 หลักสูตรประกาศนียบัตร ยกระดับทักษะกำลังคน รองรับตำแหน่งงานเกิดใหม่กว่า   5 แสนตำแหน่ง  พร้อมออกมาตรการจูงใจแจกคูปองส่วนลดค่าเรียนในงาน Future Career Expo 2020 จันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 19.25 น.


เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ดร.สุวิทย์  เมษินทรีย์  รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ตามที่มติที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ ครั้งที่ 3/2562 ได้มอบหมายให้กระทรวง อว. กำหนดหลักสูตรและสาขาการศึกษาเป้าหมาย และจัดทำกลไกการพัฒนาบุคลากรทักษะสูงร่วมกับภาคเอกชน และดำเนินการรับรองประกาศหลักสูตรและสาขาการศึกษาเป้าหมายร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)  

ล่าสุด กระทรวง อว. เชิญมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษากว่า 100 แห่งทั่วประเทศ ผู้แทนจากหน่วยงานภายใต้ อว. และผู้แทนจากภาคเอกชน เข้าร่วมประชุมจัดทำหลักสูตรประกาศนียบัตร (Non-Degree) เพื่อยกระดับทักษะกำลังคนของประเทศ รองรับกระแสความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี ด้วยการพัฒนาทักษะ (Re Skill – Up Skill) ที่ตอบโจทย์ประเทศในอนาคต



ดร.สุวิทย์ กล่าว การประชุมมหาวิทยาลัยทั่วประเทศในวันนี้นับเป็นการคิกออฟ   เพื่อปรับบทบาทของมหาวิทยาลัยในการสร้างคนครั้งสำคัญ ที่มหาวิทยาลัยจะต้องสร้างหลักสูตรที่ตอบโจทย์ทักษะแห่งอนาคตให้ได้ไม่น้อยกว่า 500 หลักสูตร และประมาณช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้  มหาวิทยาลัยจากทั่วประเทศจะมารวมตัวกันอีกครั้งในงาน Future Career Expo 2020  

เพื่อมอบของขวัญให้กับนักศึกษา บัณฑิตจบใหม่ และวัยทำงาน โดยการรวบรวมหลักสูตร Non-Degree กว่า 500 หลักสูตร ครอบคลุมกว่า 100 ทักษะแห่งอนาคต ซึ่ง  อว. ได้ออกมาตรการสร้างแรงจูงใจผ่านการแจกคูปอง Re skill – Up skill มูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท เพื่อให้ผู้สนใจนำคูปองมาใช้สมัครเป็นส่วนลดหลักสูตรต่าง ๆ ในงาน 

ดร.สุวิทย์  กล่าวต่อว่า   เพื่อให้การยกระดับทักษะกำลังคนของประเทศเป็นรูปธรรม ได้มอบหมายให้ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) จัดทำรายละเอียดของทักษะเพื่ออนาคตของอุตสาหกรรม S-Curve หรือ Future Skill Set  ใน 12 กลุ่มอุตสาหกรรม คืออุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ อุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่

อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ และอุตสาหกรรมพัฒนาทักษะและกำลังคน  เพื่อให้มหาวิทยาลัยนำแนวทางไปผลิตหลักสูตร non degree ที่เป็นทักษะเพื่ออนาคตและเป็นที่ต้องการของตลาด

ทั้งนี้ Future Skill Set ที่จัดทำขึ้นจะครอบคลุมทั้งด้าน Hard Skill และ Soft Skill แบ่งได้เป็น 10 กลุ่มทักษะ ประกอบด้วย ทักษะอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ ทักษะอุตสาหกรรมดิจิทัล ทักษะอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ ทักษะอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร  ทักษะอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ ทักษะอุตสาหกรรมท่องเที่ยวชุมชน ทักษะด้านสมาร์ทฟาร์มมิ่ง  ทักษะด้าน Elderly Care ทักษะภาษาอังกฤษ และทักษะอื่นๆ

 “ผมได้มอบโจทย์ในการดำเนินการคือภารกิจสร้างคนถือเป็นวาระแห่งชาติ โดย อว.จะให้ความสำคัญ  Life Long Education หรือการศึกษาตลอดชีวิตมากกว่า การศึกษาแบบ Higher Education วันนี้สิ่งที่มหาวิทยาลัยต้องตอบโจทย์จะไม่โฟกัสที่กลุ่มนักศึกษาระดับปริญญาตรีที่มีในระบบแค่เพียง 3-4 ล้านคนเท่านั้น แต่จะต้องโฟกัสกลุ่มคนทำงาน จำนวนกว่า 38 ล้านคน รวมถึงกลุ่มสูงอายุ จำนวน 11 ล้านคน ให้มีการพัฒนาทักษะ (Re Skill-Up Skill) พร้อมทั้งพัฒนาทักษะใหม่ๆ   เพื่อรับกระแสความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี ที่ส่งผลให้อาชีพเก่ากำลังจะถูกทดแทน นับจากนี้การศึกษาแบบ  non degree จะมีบทบาทมากในอนาคต” ดร.สุวิทย์  กล่าว



ด้าน ดร. สัมพันธ์ ศิลปนาฎ ประธานกรรมการบริหารส่งเสริมและพัฒนากำลังคนให้มีทักษะขั้นสูงตามความต้องการของประเทศ เปิดเผยว่า จากกระแสความเปลี่ยนแปลงส่งผลให้อาชีพเก่ากำลังถูกทดแทน โดยจากข้อมูลของ World Economy Forum รายงานว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลให้งานเก่าจะหายไป 77 ล้านงาน  แต่จะมีงานใหม่มาทดแทนอีกกว่า 130 ล้านงาน ในอีก 2 ปีข้างหน้า และมีคนมากถึงกว่า 1,000 ล้านคนทั่วโลกที่จะต้อง Re Skill – Up Skill ความรู้ตัวเองในอีก 10 ปีข้างหน้าเพื่อให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง

ดร.สัมพันธ์ กล่าวว่า จากการหารือกับผู้แทนจากภาคอุดมศึกษา ผู้แทนจากหน่วยงาน อว. และภาคเอกชน ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของทุกภาคส่วนในการร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนากำลังคนของประเทศ มหาวิทยาลัยก็พร้อมที่จะก้าวออกมาจากการสอนแบบเดิม คือ เรียน 4 ปี รับใบปริญญา มาสู่การพัฒนาหลักสูตรระยะสั้น Non Degree ทั้งในรูปแบบออฟไลน์   และออนไลน์ ที่มุ่งเน้นให้เกิดทักษะในการทำงาน มากกว่าความรู้ที่จบแค่ในห้องเรียน

ทั้งนี้จากการสำรวจข้อมูลการศึกษาความต้องการบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)  พบว่าภายใน 5 ปี นับจากนี้มีความต้องการบุคลากรสูงถึง 475,000 คน ครอบคลุมทุกระดับการศึกษาตั้งแต่อาชีวศึกษาจนถึงปริญญาเอก โดยแบ่งเป็นความต้องการแรงงานในระดับอาชีวศึกษา 253,000 คน ระดับปริญญาตรี 212,000  คน ระดับปริญญาโท-เอก 8,600 คน รวมทั้งยังมีตำแหน่งงานใหม่นอกเหนือพื้นที่เขต EEC อีกมาก  รวมกว่า 5 แสนตำแหน่งงาน
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 86