อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2563

CEO เอไอเอส ให้กำลังใจอสม.บางคล้า เฝ้าระวังโควิด-19

CEO เอไอเอส ควง ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา ลงพื้นที่บางคล้า ส่งต่อความห่วงใย เยี่ยมชมและให้กำลังใจ อสม. นักรบเสื้อเทา ยุคดิจิทัล เฝ้าระวังความเสี่ยงโควิด-19 ระบาด รอบ 2 พฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2563 เวลา 11.03 น.


เมื่อวันที่ 28 พ.ค. นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ภายใต้โครงการ “เอไอเอส 5G สู้ภัยโควิด-19” ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมี.ค.และมีส่วนช่วยให้การปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างไม่สะดุด

ทั้งการติดตั้งเครือข่าย 5G ในโรงพยาบาลที่รับตรวจและรักษาผู้ป่วย COVID-19 ทั่วประเทศ, ตั้งศูนย์ AIS Robotic Lab by AIS NEXT เพื่อร่วมผลักดันนวัตกรรมการแพทย์, การพัฒนาหุ่นยนต์บริการทางการแพทย์ 5G ROBOT FOR CARE เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยแพทย์ รวมถึงการติดปีกดิจิทัลให้กับ อสม. นักรบเสื้อเทา นำเทคโนโลยี ซิมแพ็กเกจพิเศษ และประกันโควิด-19 เสริมประสิทธิภาพและสร้างความอุ่นใจในการปฏิบัติงาน



เพราะแม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะมีทิศทางที่ดีขึ้นในแดนบวก แต่ทว่ามาตรการคลายล็อกดาวน์ อาจเป็นตัวจุดชนวนการแพร่ระบาดในระลอกที่ 2 ได้ ดังนั้นการเตรียมพร้อมด้านบุคลากรทั้งทีมแพทย์ พยาบาล และอุปกรณ์ให้พร้อมทำงานตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงมีทีมด่านหน้า ทำงานเชิงรุกในพื้นที่ อย่าง อสม. เพื่อเฝ้าระวังการแพร่ระบาดจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญยิ่ง

โดยในวงการสาธารณสุขไทยกลุ่มคนที่มีบทบาทสำคัญในการควบคุม จำกัดกรอบการแพร่ระบาดของโควิด-19 นอกจากทีมแพทย์และพยาบาล ยังมีอาสาสมัครสาธารณประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่เป็นเสมือนด่านหน้าคอยเฝ้าระวัง ติดตาม ดูแลผู้ที่มีความเสี่ยงติดโควิด-19วันนี้จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่ เอไอเอส ได้ลงพื้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเสม็ดใต้ เพื่อให้กำลังใจและเยี่ยมชมการปฏิบัติงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ผู้ที่อยู่เบื้องหลังและมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนสาธารณสุขไทย

อสม. เสม็ดใต้ นับได้ว่าเป็น อสม. อีกหนึ่งกลุ่ม ที่ทุ่มเททั้งแรงกาย และแรงใจ ออกปฏิบัติงานเชิงรุกเพื่อทำให้สุขภาพของคนในชุมชนเสม็ดใต้ที่มีอยู่กว่า 1 พันครัวเรือน มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ปลอดภัยจากการโควิด-19 ด้วยความตั้งใจในการปฏิบัติงานอย่างแรงกล้า ประกอบกับเทคโนโลยีดิจิทัล แอปพลิเคชัน อสม. ออนไลน์ ทำให้ อสม. และ รพ.สต. เสม็ดใต้ สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างใกล้ชิด ไร้รอยต่อ และรวดเร็วทันต่อสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงในรอบวัน

นายสมชัย กล่าวต่อว่า “ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา เอไอเอส เราได้ร่วมทำงานอย่างใกล้ชิดกับ อสม. ทุกพื้นที่ เพื่อจะทำให้การทำงานอาสาสมัครมีความสะดวก สบาย รวดเร็ว และทันต่อเหตุการณ์เสมอ จึงเกิดเป็นแอปพลิเคชัน อสม. ออนไลน์ ขึ้น ที่ปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานจากรูปแบบกระดาษมาเป็นออนไลน์ 100% ทั้งการสนทนา การส่งรายงานประจำเดือน ก็สามารถทำผ่านแอพฯ ได้ทันที

รวมถึงในสถานการณ์โรคอุบัติใหม่ เราก็มีอัปเดตฟีเจอร์เพิ่มขึ้นมา อาทิ รายงานลูกน้ำยุงลาย และ คัดกรองและติดตาม COVID-19 นอกจากนี้เรายังได้อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของ อสม. ด้วยมอบซิมพิเศษ “ซิมฮีโร่” และประกันภัยโควิด-19 เพื่อให้พี่ๆ อสม. สามารถปฏิบัติงานได้อย่างอุ่นใจมากยิ่งขึ้น”

ด้าน นางสาวฉวีวรรณ พุ่มพวง อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เสม็ดใต้ กล่าวว่า “แก้ข่าวร้าย กระจายข่าวดี ชี้บริการ ประสานงานสาธารณสุข บำบัดทุกข์ประชาชน เป็นพันธกิจหลักที่ อสม. ทุกคนยึดถือและปฏิบัติตาม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราได้ปฏิบัติงานเชิงรุก ลงพื้นที่พบปะชาวบ้าน ตรวจสารพิษ เช็กแหล่งน้ำขังแต่ละครัวเรือน เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคไข้เลือดออก ซึ่งได้รับความร่วมมือที่ดียิ่งจากชาวบ้านในชุมชน

โดย ล่าสุดกรณีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของ อสม. เสม็ดใต้ เป็นอย่างมาก เนื่องด้วยสภาพพื้นที่ประกอบกับจำนวนครัวเรือนในชุมชนที่มีมากกว่า 1 พันครัวเรือน แต่ด้วยการวางแผนที่รัดกุม รวมไปถึงการทำงานเชิงรุกที่มุ่งเน้นตรวจสอบประชาชนที่เดินทางเข้าพื้นที่แบบ 100% โดยยึดหลักจะต้องผ่านการตรวจสุขภาพและแสดงใบรับรองแพทย์

พร้อมทั้งมีการติดตามบ้านเรือนที่ต้อนรับประชาชนต่างถิ่นอย่างใกล้ชิด ทำให้ที่ผ่านมามียอดติดเชื้อสะสมเพียง 21 ราย ถือเป็นผลงานของชาวฉะเชิงเทราทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจ สู้ภัยโควิด-19 กันอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ เอไอเอส ยังได้สนับสนุนห้องผู้ป่วยความดันลบ (Negative Pressure Room) เป็นอุปกรณ์เสริมพิเศษ ที่ติดตั้งในห้องพักผู้ป่วยแยกโรคที่มีการติดเชื้อแบบ Airborne เช่น โควิด-19 วัณโรค ซาร์ส อีโบล่า ไข้หวัดใหญ่ และหัดเยอรมัน เพื่อช่วยปกป้องบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาล โรงพยาบาลพุทธโสธรให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัยอีกด้วย

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 83